ครูสันติ มารัตน์
ชนะเลิศการแข่งประติมากรรม ระดับ ม.1-3
ขอแสดงความยินดีกับ เด็กชายวิทวัด สวยพันธ์ เด็กชายอภิวัฒน์ นิวงษา และเด็กชายวายุ แก้วนิวงค์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันประติมากรรม ระดับ ม.1-3 ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 69 ปีการศึกษา 2562 ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ฝึกซ้อมโดย ครูวัฒนา เถาวัลย์ดี
นักเรียนคนเก่งอีกมากมาย
สอบธรรมศึกษา 2562
ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครสอบธรรมศึกษา
ฉบับที่ 62/2562 วันที่ 31 ตุลาคม 2562
ยินดีต้อนรับเปิดภาคเรียนที่ 2/2562
Back to School

ยินดีต้อนรับเปิดเทอม 2 ปีการศึกษา 2562 นักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมทุกคนะครับ ....วันพรุ่งนี้เป็นวันแรกของการเปิดเทอม
ดาวน์โหลดตารางเรียน ได้ที่นี่ คลิก!!
ฉบับที่ 61/2562 วันที่ 23 ตุลาคม 2562
ฉบับที่ 60/2562 วันที่ 18 ตุลาคม 2562
ฉบับที่ 59/2562 วันที่ 14 ตุลาคม 2562
โครงการเด็ก เยาวชนจิตอาสา ใต้ร่มพระบารมีมหาจักรีวงศ์
นักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคม จำนวน ๑๘ คน เป็นตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนตำบลรามราช เข้าร่วมแสดงพิธีเปิดโครงการเยาวชนไทยหัวใจสะอาดและเข้าร่วมอบรมโครงการเด็ก เยาวชนจิตอาสา ใต้ร่มพระบารมีมหาจักรีวงศ์ ระดับอำเภอ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ในวันอาทิตย์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ ณ หอประชุมยงใจยุทธ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยมีนางสาวดาริณี เล็กดี, นางสาวธนาภรณ์ โฉมเฉลา และนางสาวพาณินี วงค์จันทะ เป็นครูผู้ดูแลการแสดงและการเข้าร่วมอบรมของนักเรียนในครั้งนี้
อัลบั้มภาพ
ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม
บทความที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2562
วันที่ 13 มิถุนายน 2562 นักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคม นำโดยสภานักเรียน ร่วมกันจัดพิธีไหว้ครู เพื่อแสดงถึงความรักและเคารพครูอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนมา
อัลบั้มภาพ
ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม
บทความที่เกี่ยวข้อง
ลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2562 นางพรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม นำคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลและร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2562
อัลบั้มภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 2562
วันที่ 29 พ.ค. 2562 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลรามราช ได้มาลงพื้นที่สำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและแนะนำวิธีการทำลายลูกน้ำยุงลายให้แก่คณะครูและนักเรียน โรงเรียนรามราชพิทยาคม
อัลบั้มภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
มอบทุนสมทบผ้าป่าการกุศล/ทำบุญวัดหน้าโรงเรียน
วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม 2562 นางพรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม พร้อมด้วยคณะครู ร่วมระดมทุนผ้าป่าการกุศลเพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรามราช และนำปัจจัยเข้าร่วมทำบุญ ณ วัดป่าโพนสิมมา หมู่ที่ 14 บ้านรามราช ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
อัลบั้มรูปภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฉบับที่ 58/2562 วันที่ 9 ตุลาคม 2562
ฉบับที่ 57/2562 วันที่ 4 ตุลาคม 2562
ฉบับที่ 56/2562 วันที่ 3 ตุลาคม 2562
ฉบับที่ 55/2562 วันที่ 29 กันยายน 2562
ฉบับที่ 54/2562 วันที่ 24 กันยายน 2562
ฉบับที่ 53/2562 วันที่ 21 กันยายน 2562
ฉบับที่ 52/2562 วันที่ 20 กันยายน 2562
ฉบับที่ 51/2562 วันที่ 20 กันยายน 2562
ฉบับที่ 50/2562 วันที่ 19 กันยายน 2562
ฉบับที่ 49/2562 วันที่ 18 กันยายน 2562
ฉบับที่ 48/2562 วันที่ 16 กันยายน 2562
ฉบับที่ 47/2562 วันที่ 13 กันยายน 2562
ฉบับที่ 46/2562 วันที่ 6 กันยายน 2562
ฉบับที่ 45/2562 วันที่ 6 กันยายน 2562
1. มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารและการคิดคำนวณ
1. มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารและการคิดคำนวณ
1.1.แผนผังการปฏิบัติงาน การอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
1.2.เกณฑ์การประเมินการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
1.3.แบบประเมิน การอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
1.4.สรุปผลการประเมิน การอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ กลุ่ม ๑,กลุ่ม ๒
1.5.ภาพกิจกรรม การอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
3. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
3.5.1 แผนผังการปฏิบัติงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)
3.5.2 เกณฑ์การประเมิน การเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ PLC
ภาพกิจกรรม การเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ PLC
3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน
3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก
3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก
สรุปผลแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคม ต่อครูผู้สอน 8 กลุ่มสาระ ปีการศึกษา 2561


แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระภาษาไทย คลิก

แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ คลิก

แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ คลิก
แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คลิก
แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระสุขศึกษา คลิก
แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระศิลปะ คลิก

แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระการงานอาชีพ คลิก

แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคมต่อครูผู้สอน กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ คลิก

3.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
3.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้มีการใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากสื่อที่หลากหลาย
- ผังการทำงาน
- เกณฑ์การประเมิน
- ทะเบียนสื่อ
- แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
- สรุปผล
- ข้อมูลสนับสนุน
แบบสอบถามความคิดเห็น การใช้ประโยชน์แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนรามราชพิทยาคม
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระภาษาไทย
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระคณิตศาสตร์
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระสุขศึกษา
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระศิลปะ
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระการงานอาชีพ
รูปภาพสื่อการสอนกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ
3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้
จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
2.6.2) เกณฑ์การประเมิน-ม.2-ข-2.6
2.6.3) ตารางเปรียบเทียบการจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
2.5 จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
2.4 พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
2.4 พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
2.4.1.แผนผังการปฏิบติงานการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาครูและบุคลากร
2.4.2.เกณฑ์การประเมินการเข้าร่วมพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
2.4.3.ผลการประเมินการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
2.4.4.ภาพกิจกรรม การพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ

2.3 ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย
2.2 มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา
-
เกณฑ์การให้ระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ ๒.๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ
-
คุณภาพการศึกษา ตามระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
-
คำแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการศึกษา ค่าเป้าหมายความสำเร็จ ของแต่ละมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑
-
ประกาศโรงเรียนรามราชพิทยาคม เรื่อง การกำหนดมาตรฐานและค่าเป้าหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๑
แผนปฎิบัติการ ปีการศึกษา ๒๕๖๑
-
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประชุมปฏิบัติการเตรียมการจัดทำรายงานประจำปีของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา ๒๕๖๑
-
คำแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำรายงานการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๑
-
รายงานประจำปีของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๑
-
คำแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการศึกษา ค่าเป้าหมายความสำเร็จ ของแต่ละมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๒
-
ประกาศโรงเรียนรามราชพิทยาคม เรื่อง การกำหนดมาตรฐานและค่าเป้าหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๒
-
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา (ระยะ ๓ ปี ๒๕๖๒ - ๒๕๖๔)
-
แผนกลยุทธ์พัฒนาคุณภาพการศึกษา (ระยะ ๓ ปี ๒๕๖๒ - ๒๕๖๔)
2.1 มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
2.1 มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
2.1.1 แผนผังโครงสร้างการจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ การกำหนดเป้าหมายและพัธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
2.1.2 แผนผังขั้นตอนการจัดทำแผนปฏิบัติการ
2.1.3 เกณฑ์การประเมิน การกำหนดเป้าหมายและพัธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
2.1.4 ภาพกิจกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการ
2.1.5 ภาพกิจกรรม การกำหนดเป้าหมายและพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน


4. สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม
3. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
2. ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย
-
ผังกระบวนการ
-
เกณฑ์การวัดและประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์โรงเรียนรามราชพิทยาคมรักความเป็นไทย
-
กราฟแสดงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ปีการศึกษา 2559-2561
-
ผลการดำเนินงาน
ภาพประกอบความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย
1. การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด
6. มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
6. มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดได้เป็นอย่างดี และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่ และระดับชาติ
5. มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
5. มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
5.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 8 กล่มสาระ
5.2 ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน
4. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4.2) เครื่องมือวัดและประเมินความสามารถและทักษะ “การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้”
2. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น และแก้ปัญหา
1. ผังรูปแบบการประเมิน
2. เกณฑ์การวัด/เครื่องมือประกอบด้วย
- เกณฑ์การประเมิน
3. กราฟสรุปผล ม.1-6
4. สรุป
- สรุปผล ม.1-6
ภาพประกอบ
แจ้ง ปิด – เปิด ภาคเรียน
ด้วย โรงเรียนรามราชพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ได้ดำเนินการวัดและประเมินผลปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอแจ้งกำหนดการปิด – เปิด ภาคเรียน ดังนี้
- นักเรียนปิดภาคเรียนที่ 1/2562 วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562
- ประกาศผลการเรียนภาคเรียนที่ 1/2562 ตั้งแต่ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ซึ่งนักเรียนสามารถดูประกาศผลการเรียนได้ที่ https://sgs6.bopp-obec.info/sgss
สแกนเพื่อดูประกาศผลการเรียน
- นักเรียนเปิดภาคเรียนที่ 2/2562 วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562
- นักเรียนยื่นคำร้องขอแก้ 0, ร, มส และ มผ ของภาคเรียนที่ 1/2562 ระหว่าง วันที่ 1 – 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
ทั้งนี้ ระหว่างปิดภาคเรียนทางโรงเรียนขอความร่วมมือท่านช่วยดูแลนักเรียนในความปกครองของท่าน ได้ทบทวนตำรา และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในภาคเรียนถัดไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่านด้วยดีเช่นเคย และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฉบับที่ 44/2562 วันที่ 22 สิงหาคม 2562

ฉบับที่ 43/2562 วันที่ 9 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 42/2562 วันที่ 8 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 41/2562 วันที่ 8 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 40/2562 วันที่ 7 สิงหาคม 2562

ฉบับที่ 39/2562 วันที่ 7 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 38/2562 วันที่ 2 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 37/2562 วันที่ 2 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 36/2562 วันที่ 2 สิงหาคม 2562
ฉบับที่ 35/2562 วันที่ 31 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 34/2562 วันที่ 28 กรกฎาคม 2562

ฉบับที่ 33/2562 วันที่ 25 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 32/2562 วันที่ 18 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 31/2562 วันที่ 17 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 30/2562 วันที่ 11 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 29/2562 วันที่ 10 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 28/2562 วันที่ 5 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 27/2562 วันที่ 4 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 26/2562 วันที่ 1 กรกฎาคม 2562
ฉบับที่ 25/2562 วันที่ 30 มิถุนายน 2562
ฉบับที่ 24/2562 วันที่ 26 มิถุนายน 2562
ฉบับที่ 23/2562 วันที่ 26 มิถุนายน 2562
ฉบับที่ 22/2562 วันที่ 13 มิถุนายน 2562
ฉบับที่ 21/2562 วันที่ 31 พฤษภาคม 2562
ฉบับที่ 20/2562 วันที่ 29 พฤษภาคม 2562
ฉบับที่ 19/2562 วันที่ 24 พฤษภาคม 2562
ฉบับที่ 18/2562 วันที่ 24 พฤษภาคม 2562
ฉบับที่ 17/2562 วันที่ 16 พฤษภาคม 2562
ฉบับที่ 16/2562 วันที่ 16 พฤษภาคม 2562
ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562
หลังจากได้จัดการเรียนการสอนมาจบภาคการศึกษาแล้ว โรงเรียนรามราชพิทยาคมจึงได้จัดการวัดผลและประเมินผลสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ในวันที่ 25-27 กันยายน 2562 โดยมีตารางสอบดังต่อไปนี้
ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2562 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
บทความที่เกี่ยวข้อง
วันปล่อยของ RPK ครั้งที่ 1/2562
โรงเรียนรามราชพิทยาคมได้จัดกิจกรรม "ปล่อยของ RPK ครั้งที่ 1/2562" ในวันพฤหัสบดี ที่ 19 กันยายน 2562 มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น กิจกรรม Walking Rally, กิจกรรมตลาดนัด, ประกวดร้องเพลง, แสดงตลก, ดนตรีสด และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อพร้อมแล้ว ไปรับชมกันเลยครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
Clip นำเสนอโรงเรียนรามราชพิทยาคม Vol.4
โรงเรียนรามราชพิทยาคม จัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
บทความที่เกี่ยวข้อง
เชิญร่วมกิจกรรม "วันปล่อยของ" ครั้งที่ 1
เชิญร่วมกิจกรรม "วันปล่อยของ ครั้งที่ 1" ณ โรงเรียนรามราชพิทยาคม ในวันพฤหัสบดี ที่ 19 กันยายน 2562 มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น กิจกรรม Walking Rally, กิจกรรมตลาดนัด, ประกวดร้องเพลง, แสดงตลก, ดนตรีสด, การแสดง Science Show และอื่น ๆ อีกมากมาย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฉบับที่ 15/2562 วันที่ 6 พฤษภาคม 2562
ฉบับที่ 14/2562 วันที่ 1 เมษายน 2562
ฉบับที่ 13/2562 วันที่ 22 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 12/2562 วันที่ 19 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 11/2562 วันที่ 18 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 10/2562 วันที่ 14 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 9/2562 วันที่ 14 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 8/2562 วันที่ 13 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 7/2562 วันที่ 7 มีนาคม 2562
ฉบับที่ 6/2562 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562
ฉบับที่ 5/2562 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562
ฉบับที่ 4/2562 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562
ฉบับที่ 3/2562 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562
ฉบับที่ 2/2562 วันที่ 18 มกราคม 2562
กิจกรรมรับน้อง
วันที่ศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2562 ช่วงบ่ายได้จัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่เข้าสู่รั้วเขียว-เหลือง ด้วยความอบอุ่น และสนุกสนาน อาจจะมีเลอะบ้างแต่ก็เป็นสีสันของการรับน้องที่สื่อความหมายว่าจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ

มีเลอะสีบ้างแต่ก็มีความสุข

ปิดตาตีปี๊ปปปป!!!! เป็นเกมที่ต้องให้ประสาทสัมภัสที่ดี ผู้เล่น(ถือไม้)จะต้องเชื่อใจผู้บอกทิศทาง
สภาพน้อง ๆ แต่ละคน...
ตั้งใจมากจริง ๆ ฉันต้องชนะ
ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง
วันสารทจีน
วันสารทจีน หรือ เทศกาลสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit Festival) ตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปีปฏิทินทางจันทรคติของจีน ที่โดยปกติแล้วจะช้ากว่าปีปฏิทินทางจันทรคติของไทยประมาณ 2 เดือน ซึ่งตามปีปฏิทินทางจันทรคติของไทยวันสารทจีนจะตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 นับว่าเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับชาวจีน เป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานชาวจีนจะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยการเซ่นไหว้ อีกทั้งยังเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้วิญญาณทั้งหลายขึ้นมารับส่วนกุศลผลบุญที่มีผู้อุทิศไปให้ไว้ได้อีกด้วย
เทศกาลสารทจีนถือเป็นวันสำคัญที่ลูกหลานชาวจีนจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยพิธีเซ่นไหว้ และยังถือเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้

ตำนานวันสารทจีน
ตำนานที่ 1
ตำนานนี้กล่าวไว้ว่าวันสารทจีนเป็นวันที่เซ็งฮีไต๋ตี๋ (ยมบาล) จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้ายจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรกนั่นเอง

ตำนานที่ 2
มีชายหนุ่มผู้หนึ่งมีนามว่า “มู่เหลียน” เป็นคนเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิดกับมารดาที่เป็นคนใจบาปหยาบช้าไม่เคยเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์มีจริง ปีหนึ่งในช่วงเทศกาลกินเจนางเกิดความหมั่นไส้คนที่นุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ นางจึงให้มู่เหลียนไปเชิญผู้ถือศีลกินเจเหล่านั้นมากินอาหารที่บ้านโดยนางจะทำอาหารเลี้ยงหนึ่งมื้อ ผู้ถือศีลกินเจต่างพลอยยินดีที่ทราบข่าวว่ามารดาของมู่เหลียนเกิดศรัทธาในบุญกุศลครั้งนี้ จึงพากันมากินอาหารที่บ้านของมู่เหลียนแต่หาทราบไม่ว่าในน้ำแกงเจนั้นมีน้ำมันหมูเจือปนอยู่ด้วย การกระทำของมารดามู่เหลียนนั้นถือว่าเป็นกรรมหนัก เมื่อตายไปจึงตกนรกอเวจีมหานรกขุมที่ 8 เป็นนรกขุมลึกที่สุดได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อมู่เหลียนคิดถึงมารดาก็ได้ถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิ จึงได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังอดอยากจึงป้อนอาหารแก่มารดา แต่ได้ถูกบรรดาภูตผีที่อดอยากรุมแย่งไปกินหมดและเม็ดข้าวสุกที่ป้อนนั้นกลับเป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากของมารดาจนพอง แต่ด้วยความกตัญญูและสงสารมารดาที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างสาหัสมู่เหลียนได้เข้าไปขอพญาเหงี่ยมล่ออ๊อง (ท้าวมัจจุราช) ว่าตนของรับโทษแทนมารดา
แต่ก่อนที่มู่เหลียนจะถูกลงโทษด้วยการนำร่างลงไปต้มในกระทะทองแดง พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรดไว้ได้ทัน โดยกล่าวว่ากรรมใดใครก่อก็ย่อมจะเป็นกรรมของผู้นั้นและพระพุทธเจ้าได้มอบคัมภีร์อิ๋ว หลันเผิน ให้มู่เหลียนท่องเพื่อเรียกเซียนทุกทิศทุกทางมาช่วยผู้มีพระคุณให้หลุดพ้นจากการอดอยากและทุกข์ทรมานต่าง ๆ ได้ โดยที่มู่เหลียนจะต้องสวดคัมภีร์อิ๋ว หลันเผินและถวายอาหารทุกปีในเดือนที่ประตูนรกเปิดจึงจะสามารถช่วยมารดาของเขาให้พ้นโทษได้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวจีนจึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อมากันโดยตลอดด้วยการเซ่นไหว้ โดยจะนำอาหารทั้งคาวหวาน และกระดาษเงินกระดาษทองไปวางไว้ที่หน้าบ้านหรือตามทางแยกที่ไม่ไกลนัก มีนัยว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาวิญญาณเร่ร่อนที่กำลังจะผ่านมาใกล้ที่พักของตน
อาหารที่ใช้เซ่นไหว้วันสารทจีน
อาหารที่ใช้เซ่นไหว้นอกจากหมูเห็ดเป็ดไก่แล้ว มักมีอีก 4 อย่าง คือ

- Baozi เปาจึ ซาลาเปา
- Jiaozi เจี่ยวจือ เกี๊ยวแบบเกี๊ยวจีน
- Mantou หมานโถว หมั่นโถว
- Pingguo ผิงกว่อ แอปเปิล
ในสมัยก่อน เมื่อยังเป็นสังคมเกษตรกรรม สิ่งที่ทุกครัวเรือนทำในวันนี้อีกสิ่งหนึ่งคือ การนำกิ่งธัญพืช 5 อย่าง เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ถั่ว มาผูกรวมเป็นพู่ แล้วปักไว้เหนือประตูหน้าบ้าน โดยถือว่าพู่ธัญพืช 5 อย่างนี้ เป็นสัญลักษณ์แทนม้า เพื่อว่าเมื่อเสร็จพิธีเซ่นไหว้ และการเลี้ยงส่งแล้ว บรรพบุรุษก็จะได้ขี่ม้ากลับไป เป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่บรรพบุรุษของตน พู่ที่ใช้ในพิธีวันสารทจีน เรียกว่า wugu suizi หวูกู่ ซุ่ยจึ (พู่ที่ทำด้วยธัญพืช 5 อย่าง)
การไหว้ในเทศกาลสารทจีน
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเซ่นไหว้ในช่วงสารทจีนนั้นนิยมทำกันในช่วงเช้า เริ่มต้นจากการเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง จากนั้นจึงนำเอากระดาษเงินกระดาษทองมาเผาให้เรียบร้อย ต่อด้วยช่วงสายๆ จึงตั้งโต๊ะเพื่อทำการไว้บรรพบุรุษและไหวฮ้อเฮียตี๋ แต่ในบางบ้านบางครอบครัวก็นิยมไหว้กันในช่วงบ่าย หากไหว้พร้อมกันให้ตั้งโต๊ะแยกจากกัน แต่สามารถเผากระดาษเงินกระดาษทองร่วมกันได้ จะเห็นได้ว่า การไหว้ในช่วงเทศกาลสารทจีนจะมีความแตกต่างจากการไหว้ในเทศกาลอื่นๆ โดยได้แบ่งการไหว้ออกเป็นส่วน ๆ 3 ส่วน 3 ชุด ดังนี้
- ชุดที่ 1 สำหรับไหว้เจ้าที่ เหมาะสำหรับไหว้ในช่วงเช้า มีเครื่องเซ่นไหว้เป็นอาหารคาวหวาน ขนมที่ใช้ไว้เป็นขนมถ้วยฟู กุยช่าย ส่วนขนมสำหรับไหว้ที่ควรมีตามประเพณีสารทจีน คือ ขนมเทียน ขนมเข่ง จะต้องแต้มจุดสีแดงไว้ตรงกลางขนม โดยจากความเชื่อของชาวจีนที่เชื่อว่า สีแดง เป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน รวมไปถึงกระดาษเงินกระดาษทองด้วย
- ชุดที่ 2 ชุดสำหรับไหว้บรรพบุรุษ มีลักษณะคล้ายกับเครื่องเซ่นไหว้เจ้าที่ ไหว้พร้อมกับอาหารที่บรรพบุรุษชื่นชอบ ซึ่งตามธรรมเนียมจะต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใสๆ วางข้างๆ ชามข้าวสวยๆ รวมถึงชุดน้ำชาที่ต้องจัดเป็นชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ และที่ของไหว้ที่ขาดไปไม่ได้ คือ ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง
- ชุดที่ 3 ชุดสำหรับเซ่นไหว้วิญญาเร่ร่อน หรือวิญญาณไร้ญาติ ชาวจีนมักเรียกวิญญาณที่ไม่มีญาติเหล่านี้ว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ มีความหมายว่า ไหว้พี่น้องที่ดี นับเป็นการสะท้อนถึงความสุขภาพและให้เกียรติกันของชาวจีนโดยเรียกผีที่ไม่มีญาติ ว่า พี่น้องที่ดีของเรา ซึ่งการไหว้จะไหว้บริเวณนอกบ้าน มีของเซ่นไหว้เป็นอาหารคาวหวานและผลไม้ตามต้องการ รวมถึงต้องมีของพิเศษ อย่าง ข้าวหอมแบบจีนโบราณ เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง จากนั้นนำของทุกอย่างที่เตรียมไว้จัดให้วางอยู่ด้วยกันเพื่อเตรียมทำพิธีต่อไป
ขนมที่ใช้ไหว้วันสารทจีน
นสมัยโบราณชาวจีนใช้ขนมไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย หรือเรียกชื่อเป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี
- ปัง คือขนมทึงปัง เป็นขนมที่ทำมาจากน้ำตาล
- เปี้ย คือขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่
- หมี่ คือขนมหมี่เท้า ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าข้างในไส้เต้าซา
- มั่ว คือขนมทึกกี่ เป็นขนมข้าวพองสีแดงตรงกลางมีไส้เป็นแผ่นบาง
- กี คือขนมทึงกี ทำเป็นชิ้นใหญ่ยาว เวลาจะกินต้องตัดเป็นชิ้นเล็กๆ
7 ข้อห้ามทำเมื่อถึงสารทจีน

- ห้ามแต่งงานในเดือนนี้
- ห้ามเดินทางบ่อยในเดือนนี้
- ห้ามอยู่นอกบ้านช่วงดึกดื่นในเดือนนี้
- ห้ามซื้อบ้าน / ห้ามย้ายบ้านในเดือนนี้
- ห้ามเริ่มงานก่อสร้างใดๆ ในเดือนนี้
- ห้ามดำเนินการเริ่มธุรกิจใดๆ ในเดือนนี้
- ห้ามว่ายน้ำตอนกลางคืนในเดือนนี้
ข้อมูลจาก : https://guru.sanook.com/4336/
บทความที่เกี่ยวข้อง
วันสืบ นาคะเสถียร
สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ไทย ผู้ที่รักป่าไม้และธรรมชาติด้วยกาย วาจา และใจ - สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัด อุทัยธานี แลกชีวิตของตนเองเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2533 เพื่อปลุกจิตสำนึกของคนในสังคมให้ตื่นขึ้น ให้รับทราบความเป็นไปของสถานการณ์ป่าไม้ และ สัตว์ป่าเมืองไทย คุณสืบ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นจริงจังใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายหลังการเสียชีวิตของคุณสืบ 18 วัน มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2533 วันเดียวกับการครบรอบ 94 ปีของกรมป่าไม้ หน่วยงานต้นสังกัดของนักอนุรักษ์นี้
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ กำหนดขอบข่ายและทิศทางการทำงานไว้ 5 ประการคือ
- การสนับสนุนการจัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ตลอดจนผืนป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ
- การปรับปรุงสวัสดิการเพื่อการเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า
- งานรณรงค์ป้องกันรักษาผืนป่าอนุรักษ์และทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้การรณรงค์แนวความคิด "ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ"
- งานประชาสัมพันธ์และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายแนวร่วม และเผยแพร่งานอนุรักษ์ส่วนกว้าง
- งานส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยสัตว์ป่า โดยจัดตั้งกองทุนสัตว์ป่าขึ้น
ประวัติสืบ นาคะเสถียร
สืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิมชื่อ "สืบยศ" เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร สืบ นาคะเสถียรมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยสืบ นาคะเสถียร เป็นบุตรชายคนโต น้องชายและน้องสาวอีก 2 คนคือคุณกอบกิจ นาคะเสถียรและคุณกัลยา รักษาสิริกุล คุณสืบมีบุตรสาว 1 คน ชื่อชินรัตน์ นาคะเสถียร ในวัยเด็ก สืบ นาคะเสถียร ได้ช่วยงานในนาของมารดา ทำงานอยู่กลางแจ้งทั้งวันโดยไม่ปริปากบ่น บุคลิกประจำตัว คือเมื่อเขาสนใจหรือตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ ครั้นเรียนจบชั้นประถม 4 ต้องจากครอบครัวไปเรียนอยู่ที่ โรงเรียนเซนหลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
พ.ศ.2511 เข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สืบมีความตั้งใจในการศึกษาอย่างเต็มประสิทธิภาพและเข้าร่วมกิจกรรมนิสิต โดยเป็นที่ทราบกันดีระหว่างผู้ใกล้ชิดว่า สืบ นาคะเสถียร เป็นผู้มีใจรักศิลปะ และสูงส่งในเชิงมนุษยสัมพันธ์ มีระเบียบในการดำเนินชีวิตในสมัยเรียนอย่างมีแบบแผน พ.ศ.2514 จบการศึกษาจาก คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมา พ.ศ.2516 สืบ นาคะเสถียรเข้าทำงานที่ส่วนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ
พ.ศ.2517 สืบเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา ที่คณะวนศาสตร์ มหาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษา และในปีพ.ศ.2518 ได้เริ่มชีวิตข้าราชการ โดยบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ และเริ่มชีวิตข้าราชการกรมป่าไม้
เมื่อปี พ.ศ.2518 ใน กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงหน่วยงานเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น เขาตัดสินเลือกกองนี้เพราะต้องการทำงาน เกี่ยวกับสัตว์ป่ามากกว่างานที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ ป่าไม้โดยตรง สืบ เริ่มงานครั้งแรกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี ได้ผลักดันให้สืบ ต้องเข้าไปทำหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย อย่างเลี่ยงไม่พ้น ที่นั่นเขาได้จับกุม ผู้บุกรุกทำลายป่าโดยไม่เกรงอิทธิพลใดๆ ผู้ต้องหาล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพนิ่มนวล และที่นี่ สืบเริ่มเรียนรู้ว่า การเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ซื่อสัตย์ นั้นเจ็บปวดเพียงไหน
สืบทำงาน อยู่ 3-4 ปี ในปี พ.ศ.2522 สืบก็ได้รับทุนจาก British Council ไปเรียนระดับปริญญาโท สาขาอนุรักษ์วิทยาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากนั้น พ.ศ.2524 กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าเขต ห้ามล่าสัตว์ป่า บางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากร ฝึกอบรมพนักงาน พิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น จนกระทั่ง พ.ศ.2526 สืบได้ขอย้ายตัวเอง เข้ามาเป็นนักวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ทำหน้าที่วิจัยสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว “ผมหันมาสนใจงานวิจัยมากกว่าที่จะวิ่งไปจับคน เพราะรู้ว่าจับได้แต่คนตัวเล็ก ๆ ตัวใหญ่ ๆ จับไม่ได้ก็เลย อึดอัดว่ากฎหมายบ้านเมืองนั้นมันใช้ไม่ได้กับทุกคน มันเหมือนกับว่าเราไม่ยุติธรรมเรารังแกชาวบ้าน
ในระยะนี้ เป็นจังหวะที่สืบได้แสดงความเป็นนักวิชาการออกมาอย่างเต็มที่ งานวิจัยศึกษาสัตว์ป่าเป็นงานที่สืบ ทำได้ดีและมีความสุขในการทำงานวิชาการมาก สืบรักงานด้านนี้เป็นชีวิต จิตใจ อันเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาได้ผูกพัน กับสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เขาเริ่มใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง วีดีโอ กล้องถ่ายภาพนิ่งและการสเก็ตซ์ภาพ ในการบันทึกงานวิจัยทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลาย เป็นผลงานการวิจัยสัตว์ป่าชิ้นสำคัญของเมืองไทยในเวลาต่อมา
และในเวลา ต่อมา พ.ศ.2529 สืบได้รับมอบหมาย ปฏิบัติงานในหน้าที่ หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) จังหวัด สุราษฏร์ธานี ให้เข้าไปช่วยเหลืออพยพสัตว์ป่าที่ตกค้าง ในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน สืบได้ทุ่มเทเวลาให้กับการกู้ชีวิตสัตว์ป่าที่หนีภัยน้ำท่วม โดยไม่ได้นึกถึง ความปลอดภัยของตนเองเลย จากการทำงานชิ้นดังกล่าวสืบ นาคะเสถียรเริ่มเข้าใจ ปัญหาทั้งหมดอย่างถ่องแท้ เขาตระหนักว่าลำพังงาน วิชาการเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่อาจหยุดยั้งกระแส การทำลาย ป่าและสัตว์ป่าอันเป็นปัญหา ระดับชาติได้ ดังนั้น เมื่อมีกรณี รัฐบาลจะสร้างเขื่อนน้ำโจน ในบริเวณทุ่งใหญ่ฯ สืบจึงโถมตัวเข้าคัดค้านเต็มที่
พ.ศ.2531 สืบได้กลับเข้ามารับราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ และต่อมา พ.ศ.2532 สืบ นาคะเสถียร ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
สืบได้พยายามในการที่จะ เสนอให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และห้วยขาแข้งมีฐานะเป็นมรดกของโลก โดยได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการ จากองค์การ สหประชาชาติ สืบเล็งเห็นว่า ฐานะดังกล่าวจะเป็นหลักประกัน สำคัญที่คอยคุ้มครองป่าผืนนี้เอาไว้ อย่างถาวร ปลายปี พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุน ไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก ที่ประเทศอังกฤษ พร้อม ๆ กับได้รับมอบหมาย ให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญมากไม่แพ้ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ในที่สุด สืบ ก็ตัดสินใจเดินทางเข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วย ความยากลำบากนานัปการ

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจผ่าทางตันด้วยการสั่งเสียลูกน้อง คนสนิท และเขียนจดหมายสั่งลา 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระ รับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง มอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัย สัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตาม วัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อ ดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระ จนจิตใจสงบขณะที่ฟ้ามืดกำลัง เปิดม่านรับวันใหม่ เสียงปีนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ก็ปิดม่านชีวิตของเขาลง และเป็นบทเริ่มต้น ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกาย วาจา
หลังจากนั้นอีกสองอาทิตย์ต่อมา ห่างจากบริเวณที่เกิดเสียงปืนดังขึ้นไม่กี่สิบเมตรบรรดาเจ้าหน้าที่ ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอ ป่าไม้เขต และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อีกนับร้อยคน ต่างกุลีกุจอมาประชุมกันที่ห้วยขาแข้ง อย่างแข็งขัน เพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุก ทำลายป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร รอวันนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เขามาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้แล้ว แต่หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลจาก : https://guru.sanook.com/4257/
บทความที่เกี่ยวข้อง
บุญข้าวประดับดิน ประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน
บุญข้าวประดับดิน ประวัติบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า ประเพณีภาคอีสาน ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และสัตว์นรกหรือเปรต ประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาในภาคอีสาน โดยบุญข้าวประดับดิน เป็นงานประเพณีที่ถูกจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้า ของทุก ๆ ปี
ทั้งนี้ในการทำบุญข้าวประดับดินนั้น ชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร คาวหวาน ผลไม้ หมาก พลู บุหรี่ มาห่อด้วยใบตอง และทำเป็นห่อเล็ก ๆ ก่อนจะนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินบริเวณรอบ ๆ เจดีย์ หรือโบสถ์ โดยการทำบุญข้าวประดับดินนี้ ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรก หรือเปรต
นอกจากนี้ บุญข้าวประดับดิน ยังถือว่าเป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้รวมทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ที่ต้องหิว อดมื้อกินมื้อมาตลอดทั้งปีอีกด้วย เพราะการที่ตั้งอาหารไว้ที่พื้นทำให้สัตว์เหล่านั้นสามารถเข้ามากินอาหารได้อย่างเต็มที่

ความเป็นมาบุญข้าวประดับดิน
การทำบุญข้าวประดับดินนี้ เกิดจากความเชื่อตามนิทานธรรมบทว่า ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเอง ครั้นตายไปแล้วได้ไปเกิดเป็นเปรตในนรก และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแด่พระพุทธเจ้าแล้วมิได้อุทิศให้ญาติที่ตาย กลางคืนพวกญาติที่ตายมาแสดงตัวเปล่งเสียงน่ากลัวให้ปรากฏใกล้พระราชนิเวศน์ รุ่งเช้าได้เสด็จไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทูลเหตุุให้ทราบ พระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีก แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ ญาติที่ตายไปจึงได้รับส่วนกุศล ดังนั้น การทำบุญข้าวประดับดิน คือการทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ตายแล้ว ถือเป็นประเพณีที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี
พิธีกรรมบุญข้าวประดับดิน มีดังนี้
- วันแรม 13 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะเตรียมข้าวต้ม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไว้ 4 ส่วน ส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันภายในครอบครัว ส่วนที่สองแจกให้ญาติพี่น้อง ส่วนที่สามอุทิศให้ญาติที่ตายไปแล้ว และส่วนที่สี่นำไปถวายพระสงฆ์ ในส่วนที่สาม ญาติโยมจะห่อข้าวน้อย ซึ่งมีวิธีการห่อคือ ใช้ใบตองห่อขนาดเท่าฝ่ามือ ส่วนความยาวนั้นให้ยาวสุดซีกของใบตอง
- วันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะไปวัดตั้งแต่เวลาตี 4 เพื่อนำสิ่งของที่เตรียมไว้จัดใส่กระทง หรือเย็บเป็นห่อเหมือนข้าวสากไปวางอุทิศส่วนกุศลตามที่ต่าง ๆ ซึ่งการวางแบบนี้ เรียกว่า การวางห่อข้าวน้อย แต่หากเป็นการนำไปวางในวัด จะเรียกว่า การยาย (วางเป็นระยะ ๆ ) ห่อข้าวน้อย ซึ่งเวลานำไปวางจะพากันไปทำอย่างเงียบ ๆ ไม่มีการตีฆ้อง ตีกลองแต่อย่างใด
- หลังจากวางเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะกลับบ้านเพื่อเตรียมอาหารทำบุญที่วัดอีกทีหนึ่งในตอนเช้า เมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จก็จะเทศน์ฉลองบุญข้าวประดับดิน ต่อจากนั้น ชาวบ้านจะนำปัจจัยไทยทานถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ให้พรเสร็จ ชาวบ้านที่มาทำบุญก็จะกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้วทุก ๆ คน

สำหรับอาหารคาวหวานที่ใส่ห่อในการทำบุญข้าวประดับดิน อาจมีดังนี้
- ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ 1 ก้อน
- เนื้อปลา เนื้อไก่ หมู และใส่ลงไปเล็กน้อย ถือว่าเป็นอาหารคาว
- กล้วย น้อยหน่า ฝรั่ง มะละกอ มันแกว อ้อย มะละกอสุก หรือขนมหวานอื่น ๆ ลงไป (ถือเป็นอาหารหวาน)
- หมากหนึ่งคำ บุหรี่หนึ่งมวน เมี่ยงหนึ่งคำ
พอได้เรียนรู้ประเพณีดี ๆ ของภาคอีสาน อย่างประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้ากันแล้ว ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานคงช่วยกันสานต่อประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า ให้รุ่นลูก รุ่นหลานได้มีโอกาสเรียนรู้ประเพณี และวัฒนธรรมดี ๆ แบบนี้ด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจาก : https://hilight.kapook.com/view/90700
บทความที่เกี่ยวข้อง
โยนไข่ไม่แตก กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์
กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ จัดขึ้นในวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ สามารถนำความรู้วิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ และได้แสดงความรู้ความสามารถตามความถนัดอย่างสร้างสรรค์ และการโยนไข่จากที่สูงไม่ให้แตกก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้นักเรียนรู้จักคิดค้นหาวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อคำนวณไม่ให้ไข่แตก ดังคลิปวิดีโอที่ท่านจะได้ชมต่อไปนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง




























































































































