ครูสันติ มารัตน์

ครูสันติ มารัตน์

วันศุกร์, 28 ธันวาคม 2561 08:01

ฉบับที่ 13/2561 วันที่ 28 ธันวาคม 2561

วันจันทร์, 24 ธันวาคม 2561 07:58

ฉบับที่ 12/2561 วันที่ 24 ธันวาคม 2561

วันพุธ, 19 ธันวาคม 2561 07:55

ฉบับที่ 11/2561 วันที่ 19 ธันวาคม 2561

วันศุกร์, 14 ธันวาคม 2561 07:51

ฉบับที่ 10/2561 วันที่ 14 ธันวาคม 2561

วันพฤหัสบดี, 13 ธันวาคม 2561 07:43

ฉบับที่ 9/2561 วันที่ 13 ธันวาคม 2561

วันพุธ, 12 ธันวาคม 2561 15:03

ฉบับที่ 8/2561 วันที่ 12 ธันวาคม 2561

วันพุธ, 05 ธันวาคม 2561 15:01

ฉบับที่ 7/2561 วันที่ 5 ธันวาคม 2561

วันจันทร์, 03 ธันวาคม 2561 13:49

ฉบับที่ 6/2561 วันที่ 3 ธันวาคม 2561

วันศุกร์, 30 พฤศจิกายน 2561 13:48

ฉบับที่ 5/2561 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561

วันศุกร์, 23 พฤศจิกายน 2561 13:46

ฉบับที่ 4/2561 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561

วันเสาร์, 03 พฤศจิกายน 2561 13:43

ฉบับที่ 3/2561 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561

วันอังคาร, 09 ตุลาคม 2561 13:40

ฉบับที่ 2/2561 วันที่ 9 ตุลาคม 2561

วันพฤหัสบดี, 04 ตุลาคม 2561 13:24

ฉบับที่ 1/2561 วันที่ 4 ตุลาคม 2561

วันจันทร์, 08 กรกฎาคม 2562 13:56

ตารางสอบกลางภาคเรียนที่ 1/2562

วันพุธ, 26 มิถุนายน 2562 11:42

วันต่อต้านยาเสพติดโลก

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก ขั้นในวันพุธ ที่ 26 มิถุนายน 2562 เพื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ให้นักเรียนและสังคมห่างไกลยาเสพติด โดยในกิจกรรมวันนี้ได้มีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การประกวดทำป้ายนิเทศ การตอบปัญหาและให้ความรู้เรื่องพิษภัยของยาเสพติด และการเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดรอบหมู่บ้าน

65571405 1641171562681878 4662215170498494464 n

พิธีเปิดวันต่อต้านยาเสพติดโลก

65391068 1641170616015306 6042493255705165824 n

65316411 1641169716015396 8039731057836163072 n

 

เดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด

65600551 1641171242681910 1763653278433804288 n

65127536 1641167012682333 258596441839108096 n

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม 

โรงเรียนรามราชพิทยาคม จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปีการศึกษา 2562 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ตระหนักในคุณค่าและเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง โดยการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะ และ แสดงความสามารถในการใช้ภาษา และ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ซึ่งเป็นวันสุนทรภู่ครูกวีไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นกวีเอกของโลก กลุ่มสาระภาษาไทย จึงได้จัดงานวันสุนทรภู่ บูรณาการ ร่วมกับวันภาษาไทยแห่งชาติขึ้น โดยมีกิจกรรมดังนี้ มีการแสดงละคร เรื่อง รจนาเลือกคู่ ตอบปัญหาภาษาไทย เพื่อให้นักเรียนได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินและได้ความรู้เกี่ยวกับภาษาและวรรณคดีไทย ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ ตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยอันเป็นภาษาประจำชาติและร่วมอนุรักษ์ความเป็นไทย โดยงานนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.พรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปีการศึกษา 2562 ในวันพุธ ที่ 26 มิถุนายน 2562

65305352 1641131729352528 1740182085320048640 n

ดร. พรนภา  เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน  มอบรางวัลให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมต่าง ๆ ในวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ

65676137 1641132909352410 7316812199912013824 n

การแสดงรำเปิดงานวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ

65701995 1641130546019313 911232841478569984 n

ประกวดการแต่งกายเป็นตัวละครในวรรณคดีไทยระดับชั้นต่าง ๆ

65324474 1641141336018234 4322539521456472064 n

โฉมหน้านักแสดงละครวันสนทรภู่ เรื่อง รจนาเลือกคู่

65093861 1641140769351624 519386688548503552 n

ละคร รจนาเลือกคู่ แสดงโดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันพุธ, 22 พฤษภาคม 2562 12:33

ประชุมผู้ปกครองนักเรียน

วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2562 โรงเรียนรามราชพิทยาคมได้จัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียนประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงนโยบายต่าง ๆ ให้ผู้ปกครองทราบ และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประชุมผู้ปกครองคือ...

  • เกิดความร่วมมือในการทำกิจกรรมร่วมกันในการป้องกัน แก้ไขปัญหาและพัฒนานักเรียน
  • เป็นการสร้างขยายเครือข่ายผู้ปกครองในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เอกสารรับเงินเรียนฟรีฯ

  • สำเนาบัตรประชาชนของนักเรียน 1 ฉบับ (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง 1 ฉบับ (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)

กำหนดการประชุมผู้ปกครอง

กำหนดการประชุมผู้ปกครอง

วันพุธ, 15 พฤษภาคม 2562 04:22

แจ้ง ม.1 และ ม.4 ให้นำเอกสารมา

ขอแจ้งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ให้นำเอกสาร 2 อย่างมาโรงเรียน ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ดังนี้

1. สำเนา ปพ.1 (ระเบียนแสดงผลการเรียน)

2. บัตรประชาชน (ฉบับจริง)

วันเสาร์, 11 พฤษภาคม 2562 11:48

Vonder “ยิ่งแชท ยิ่งเก่ง”

Vonder ผู้บุกเบิกการทำแชทบอทเพื่อการเรียนรู้ของคนไทย “ยิ่งแชท ยิ่งเก่ง”

วันนี้มาแนะนำแชทบอทเพื่อการศึกษาอย่าง Vonder หนึ่งในผู้เข้าร่วม StormBreaker Venture โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านการศึกษาสู่การปฏิรูปการศึกษาให้กับคนไทยกว่า 1 ล้านคนภายในปี 2020

Vonder คืออะไร? เกี่ยวข้องกับวงการการศึกษาอย่างไร?

Vonder เป็นแชทบอทเพื่อการศึกษาที่สอนตามระดับความรู้ (Personalized learning) โดยมีเนื้อหาขนาด bite-sized (กะทัดรัด พอดี) ซึ่งเข้าถึงผู้ใช้ได้ง่ายเพียงแชทกับน้องกระรอกบน Facebook Messenger บทเรียนปรับตามระดับความรู้ของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น ในบทเรียนเรื่องเลขยกกำลัง จะเริ่มจาก การบวก ลบ คูณ หาร อย่างง่ายก่อน ถ้าผู้เรียนตอบผิดจะปรับระดับไปสู่ข้อที่ง่ายลง พร้อมอธิบายเหตุผลว่าตอบผิดเพราะอะไร แต่ถ้าผู้เรียนตอบถูกก็จะไปสู่ข้อถัดไปที่ยากขึ้น (Adaptive content) ซึ่งตัวระบบ Adaptive content นี้เองเป็นระบบที่ข้อสอบวัดผลระดับสากลอย่าง TOEFL ได้นำไปใช้เช่นกัน แต่สำหรับ Vonder แล้ว ต้องไม่ใช่ Adaptive content แบบธรรมดาๆ แน่นอน เพราะได้นำ Adaptive content ไปใส่ในรูปแบบแชทบอท และทำให้การเรียนสนุกและสะดวกขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และสนใจเรียนมากขึ้น

vonder

ทำไมต้องเป็นแชทบอท?

จุดเริ่มต้นการพัฒนาแชทบอท Vonder เริ่มจากที่ทีมผู้สร้างนำโดยคุณชิน ได้พบปัญหาขณะสอนหนังสือที่โรงเรียนในชนบทซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มโรงเรียนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยปัญหาที่พบคือ ในห้องเรียนเดียวกัน เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เท่ากัน ทำให้ครูต้องเสียเวลาในการสอนและปรับพื้นฐาน จึงเกิดไอเดียคิดค้นเครื่องมือที่จะช่วยร่นเวลาการสอนในห้องเรียนของครู เพื่อที่ครูจะได้ใช้เวลาได้อย่างเหมาะสมในการสอนแต่ละวิชาและคิดว่าหน้าที่ปูพื้นฐานควรเป็นหน้าที่ของคอมพิวเตอร์หรือ Bot มากกว่า อีกทั้งปกติเด็กใช้เวลานอกห้องเรียนกับมือถืออยู่แล้ว จึงได้นำเวลาตรงนี้ไปปูพื้นฐานให้เด็กได้อย่างง่ายดาย

ความสำเร็จของ Vonder

ได้รับการันตีจากอาจารย์และเด็กนักเรียนจำนวนมาก ทั้งนักเรียนที่สามารถทำข้อสอบ กสพท. ได้ (ข้อสอบความถนัดแพทย์) เนื่องจากเรียนประวัติศาสตร์ผ่าน Vonder และยังมีวิดีโอรีวิววิชาเคมี ที่นักเรียนตั้งใจทำเพื่อบอกต่อแหล่งเรียนรู้ดี ๆ อย่าง Vonder ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และหลังจากที่ได้เข้าโครงการ StormBreaker Venture  แชทบอท Vonder ได้เป็นที่รู้จักในหมู่ของนักลงทุนและวงการ Startup มากขึ้น ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเป็น Startup ของ Vonder นวัตกรรมเพื่อการศึกษาไทยในอนาคต และยังช่วยให้ทีมผู้สร้างผลิตคอนเทนต์ที่มีความสร้างสรรค์ออกมา feed ให้กับแหล่งเรียนรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากแชทกับกระรอกน้อยสีแดง ตอนนี้ Vonder เปิดสอนหลายวิชา เช่น วิชาแกรมมาร์ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ เคมี และฟิสิกส์ และมีวิชาที่จะเปิดสอนเร็ว ๆ นี้ เช่น วิชากฎหมาย วิชาฟิสิกส์ในเรื่องการเคลื่อนที่ทางตรง, เวกเตอร์และการเคลื่อนที่ในสองมิติ, การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และวิชาแกรมมาร์ภาษาอังกฤษในเรื่อง Tense, Passive Voice และ IF-Clause สามารถเรียนรู้ผ่านทางแชทบอทได้ ฟรี! ที่ Facebook หรือ Instagram ที่มีฟีเจอร์สุดฮิตอย่าง Poll พร้อมกับคำถามอัพเดททุกวันใน Instastory

vonder chatbot

เป้าหมายในอนาคตของ Vonder

คือ การสร้างวิธีการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้คนไทย ในส่วนของภาคการศึกษาต้องการเข้าถึงเด็กมัธยมไทยมากขึ้นด้วยการพัฒนาคอนเทนต์และฟีเจอร์ให้มีความน่าสนใจ เพื่อปฏิรูปการศึกษาไทยในระยะยาว และต่อยอดด้วยการสร้าง branded content (คอนเทนต์ที่มีการผนวกตัวแบรนด์/ธุรกิจเข้าไป) และพร้อมก้าวสู่การเป็นแหล่งผลิตคอนเทนต์โดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ

หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการ StormBreaker ทีมของ Vonder ก็ได้เห็นถึงโอกาสใหม่ในการเติบโต คือ การนำแชทบอทมาปรับใช้กับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ด้วย โดยใช้จุดแข็งของทีมในการย่อย content ที่ยาว ๆ ออกมาให้กระชับ เข้าใจง่าย ในแชทบอท จึงเกิดเป็น HR Chatbot ที่องค์กรสามารถนำไปใช้เทรนพนักงานในหัวข้อต่างๆ ประกาศข่าวสารภายในองค์กร และใช้ตัวบอทเป็นสื่อกลางในการตอบคำถามเกี่ยวกับสวัสดิการ หรือ กระบวนการทำงานขององค์กร โดย HR Chatbot ตัวนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากหลายองค์กร

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.disruptignite.com

 

วันศุกร์, 24 พฤษภาคม 2562 05:41

วันอัฏฐมีบูชา

วันอัฏฐมีบูชา  เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 หรือวันแรม 8 ค่ำ แห่งเดือนวิสาขะ หรือ แรม 8 ค่ำ เดือน 7 ในปีอธิกมาส วันอัฐมีบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง คือ เป็นวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า หลังจากเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานได้ 8 วัน คือหลังจากวันวิสาขบูชาแล้ว 8 วัน เป็นที่น่าเสียดายว่า วันอัฏฐมีบูชานี้ ในเมืองไทยเรามักลืมเลือนกันไปแล้ว จะมีเพียงบางวัดเท่านั้น ที่จัดให้มีการประกอบกุศลพิธีในวันนี้

วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันที่ถือกันว่าตรงกับ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ  (เผาศพพระพุทธเจ้า) วันนี้จึงเรียกว่า “วันอัฏฐมีบูชา” ซึ่งประวัติความเป็นมาของวันอัฏฐมีบูชา คือ เมื่อวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ในพรรษาที่ 45 พระพุทธเจ้าได้ทรงประชวรหนัก ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่พระองค์จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ได้ทรงปลงมายุสังขาร โดยพระพุทธเจ้าตรัสเตือนภิกษุทั้งหลายว่า 

           “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาท ให้ถึงพร้อมเถิด ความปรินิพพานแห่งตถาคต จักมีในไม่ช้า โดยล่วงไปอีกสามเดือนแต่นี้ ตถาคตก็จักปรินิพพาน ฯ”

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว 7 วัน มัลลกษัตริย์ แห่งนคร กุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์ อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ กรุงกุสินารา เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 และภายหลังจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้ว กษัตริย์และ ผู้ครองแคว้นต่าง ๆ รวม 7 แคว้น ได้แก่

  1. พระเจ้าอชาตศัตรู เมืองมคธ
  2. กษัตริย์ลิจฉวี เมืองเวสาลี
  3. กษัตริย์ศากยะ เมืองกบิลพัสดุ์
  4. กษัตริย์ถูลี เมืองอัลกัปปะ
  5. กษัตริย์โกลิยะ เมืองรามคาม
  6. มหาพราหมณ์ เมืองเวฏฐทีปกะ และ
  7. กษัตริย์มัลละ เมืองปาวา

ได้ส่งทูตมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ตอนแรกพวกเจ้ามัลละ แห่งนครกุสินารา ไม่ยอมแบ่งให้จนเกือบจะเป็นชนวน ให้เกิดสงครามระหว่างพวกเจ้ามัลละกับกษัตริย์และพราหมณ์ทั้ง ๗ แคว้นที่มาขอส่วนแบ่ง แต่เหตุการณ์ความขัดแย้งก็ระงับลงได้โดยมีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อ “โทณะ” เข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกษัตริย์ และพราหมณ์เหล่านั้น ความว่า “ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย ขอพวกท่านจงฟังคำอันเอกของข้าพเจ้าพระพุทธเจ้าของเรา ทั้งหลาย เป็นผู้กล่าวสรรเสริญขันติ การจะสับประหารกันเพราะส่วนพระสรีระ ของ พระพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุคคลเช่นนี้ไม่ดีเลย ขอเราทั้งหลายทั้งปวง จงยินยอมพร้อมใจยินดีแบ่งพระสรีระออกเป็นแปดส่วนเถิด ขอพระสถูปจงแพร่หลายไป ในทิศทั้งหลาย ชนผู้เลื่อมใสต่อพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุมีอยู่มาก ฯ”

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานใต้ต้นสาละ

ด้วยวาทะของโทณะพราหมณ์ ทำให้มัลละกษัตริย์ยอมปรองดองกับกษัตริย์และพราหมณ์ โดยตกลงกันให้โทณะพราหม์เป็นผู้จัดการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่แคว้นต่าง ๆ โดยเท่ากัน ซึ่งโทณะพราหมณ์ด้รับทะนานทองที่ใช้ในการตวงพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นที่ระลึก
     ในวันอัฏฐมีบูชาหรือวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระนั้น นับเป็นวันหนึ่งที่ชาวพุทธมีความโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสูญเสียประทีปที่นำทางให้มวลมนุษย์ก้าวล่วงสังสารวัฏ ดังนั้นเมื่อวันอัฏฐมีบูชาเวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาในแต่ละวัด จะได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้นเป็นการเฉพาะภายในวัด แต่วิถีการปฏิบัติกัน มาแต่เมื่อใดนั้น ไม่พบหลักฐาน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่
atthamibucha

ประวัติความเป็นมา

พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ หลังจากพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานใต้ต้นสาละในราตรี 15 ค่ำ เดือน 6 พวกเจ้ามัลลกษัตริย์จัดบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และเครื่องดนตรีทุกชนิด ที่มีอยู่ใน เมืองกุสินาราตลอด 7 วัน แล้วให้เจ้ามัลละระดับหัวหน้า 8 คน สรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่ อัญเชิญพระสรีระไปทางทิศตะวันออก ของพระนคร เพื่อถวาย พระเพลิง      พวกเจ้ามัลละถามถึงวิธีปฏิบัติพระสรีระกับพระอานนท์เถระ แล้วทำตามคำของพระเถระนั้นคือ ห่อพระสรีระด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้จนหมดผ้า 500 คู่ แล้วเชิญลงในรางเหล็กที่เติมด้วยน้ำมัน แล้วทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด จากนั้นอัญเชิญ พวกเจ้ามัลละระดับหัวหน้า 4 คน สระสรงเกล้า และนุ่งห่มผ้าใหม่ พยายามจุดไฟที่เชิงตะกอน แต่ก็ไม่อาจให้ไฟติดได้ จึงสอบถามสาเหตุ พระอนุรุทธะพระเถระ แจ้งว่า "เพราะเทวดามีความประสงค์ให้รอพระมหากัสสปะ และภิกษุหมู่ใหญ่ 500 รูป ผู้กำลังเดินทางมาเพื่อถวายบังคมพระบาทเสียก่อน ไฟก็จะลุกไหม้" ก็เทวดา เหล่านั้น เคยเป็นโยมอุปัฏฐากของพระเถระ และพระสาวกผู้ใหญ่มาก่อน จึงไม่ยินดีที่ไม่เห็นพระมหากัสสปะอยู่ในพิธี


     ครั้งนั้นพระมหากัสสปะเถระและหมู่ภิกษุเดินทางจากเมืองปาวา หมายจะเข้าเฝ้าพระศาสดา ระหว่างทาง ได้พบกับพราหมณ์คนหนึ่ง ถือดอกมณฑารพสวนทางมา พระมหากัสสปะได้เห็นดอกมณฑารพก็ทราบว่า มีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น ดอกไม้นี้มีเพียงในทิพย์โลก ไม่มีในเมืองมนุษย์ การที่มีดอกมณฑารพอยู่ แสดงว่าจะต้องมีอะไร เกิดขึ้นกับพระศาสดา พระมหากัสสปะถามพราหมณ์นั้นว่า ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับพระศาสดาบ้างหรือไม่ พราหมณ์นั้นตอบว่า พระสมณโคดมได้ปรินิพพานไปล่วงเจ็ดวันแล้ว "พระศาสดาปรินิพพานแล้ว" คำนี้เสียดแทงใจของพระภิกษุปุถุชนยิ่งนัก พระภิกษุศิษย์ของพระมหากัสสปะบางรูป ที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ ก็กลิ้งเกลือกไปบนพื้น บ้างก็คร่ำครวญร่ำไห้ ว่า "พระศาสดาปรินิพพานเสียเร็วนัก" ส่วนพระภิกษุผู้เป็นอรหันต์ สิ้นอาสวะแล้ว ย่อมเกิดธรรมสังเวชว่า "แม้พระศาสดา ผู้เป็นดวงตาของโลก ยังต้องปรินิพพาน สังขารธรรมไม่เที่ยงแท้เสียจริงหนอ"

 

วันพฤหัสบดี, 16 พฤษภาคม 2562 13:12

วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖

ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗

ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราว คือ

  1. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
  2. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
  3. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก

วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติคือ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )

ภูมิหลัง วันวิสาขบูชา

  1. ในการประชุม International Buddhist Conference ณ กรุงโคลัมโบ ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ซึ่งมีผู้แทนจากประเทศที่นับถือศาสนาพุทธจำนวนมากเข้าร่วม อาทิ บังคลาเทศ จีน ลาว เกาหลีใต้ เวียดนาม ภูฐาน อินโดนีเซีย เนปาล กัมพูชา อินเดีย ปากีสถาน และไทย ได้ตกลงกันที่จะเสนอให้สมัชชาสหประชาชาติรับรองข้อมติประกาศวัน วิสาขบูชาให้เป็นวันหยุดของสหประชาชาติ
  2. ในการเยือนของประเทศต่างๆ ในอินโดจีนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา ในปี ๒๕๔๒ ก็ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ และได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆ ได้ด้วยดี
  3. คณะทูตถาวรศรีลังกาประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์กได้จัดเตรียมร่างข้อมติ และได้ขอเสียงสนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ เพื่อให้มีการรับรองข้อมติเรื่องการประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดของสหประชาชาติในที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๕๔
  4. โดยที่สหประชาชาติประกาศวันหยุดเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว และจะเป็นปัญหาในเรื่องงบประมาณและการบริหารแก่ สหประชาชาติ หากประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุด ศรีลังกาจึงได้ตัดสินใจที่จะเสนอร่างข้อมติ ขอให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลที่สหประชาชาติ ทั้งที่สำนักงานใหญ่ และสำนักงานต่าง ๆ แทนการเสนอให้เป็นวันหยุดซึ่ง ออท. ผู้แทนถาวรประเทศต่าง ๆ รวม ๑๖ ประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา บังคลาเทศ ภูฐาน กัมพูชา ลาว มัลดีฟส์ มองโกเลีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สเปน อินเดีย ไทย และยูเครน ได้ร่วมลงนามในหนังสือถึงประธานสมัชชาฯ เพื่อให้นำเรื่องวันวิสาขบูชาเข้าเป็นระเบียบวาระการประชุมของสมัชชาฯ
  5. ต่อมาเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ General Committee ของสมัชชาฯ ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดย ออท.ผู้แทน ถาวรศรีลังกาได้กล่าวถ้อยแถลงสนับสนุนหนังสือร้องขอให้ที่ประชุมบรรจุระเบียบวาระดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสมัชชาเต็มคณะ ออท.ผู้แทนถาวรไทย อินเดีย สเปน บังคลาเทศ ปากีสถาน ไซปรัส ลาว และภูฐาน ได้กล่าวถ้อย แถลงสนับสนุน ซึ่งที่ประชุม General Committee ได้มีมติให้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสมัชชาเต็มคณะ

bhudda03

ปัจจุบัน วันวิสาขบูชา

  1. เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๕๔ ได้พิจารณาระเบียบวาระที่ ๑๗๔ International recognition of the Day of Visak โดยการเสนอของศรีลังกา
  2. ในการพิจารณา ประธานสมัชชาฯ ได้เชิญผู้แทนศรีลังกาขึ้นกล่าวนำเสนอร่างข้อมติ และเชิญผู้แทนไทย สิงคโปร์ บังคลาเทศ ภูฐาน สเปน พม่า เนปาล ปากีสถาน อินเดียขึ้นกล่าวถ้อยแถลง สรุปความว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ทรงตรัสรู้ เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้มวลมนุษย์มีเมตตาธรรมและขันติธรรม ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของ สหประชาชาติ จึงขอให้ที่ประชุมรับรองข้อมตินี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรองความสำคัญของพุทธศาสนาในองค์การสหประชาชาติ โดยถือว่าวันดังกล่าวเป็นที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติและที่ทำการสมัชชาจะจัดให้มีการระลึกถึง (observance) ตามความเหมาะสม
  3. ที่ประชุมฯ ได้รับรองร่างข้อมติโดยฉันทามติ

ถ้อยแถลงของเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรฯ ศรีลังกาประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก 
ถ้อยแถลงของนายวรวีร์ วีรสัมพันธ์ อุปทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก

เหตุผลที่ องค์การสหประชาชาติหนดให้ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของโลก 
เนื่องจากคณะกรรมมาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมพิจารณาและมีมติเห็นพ้องต้องกันประกาศให้วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลกทั้งนี้

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ทั้งหลายในโลก จะเห็นได้จากการยกเลิกแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการเลิกทาสโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นนักอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย กล่าวคือ ทรงสอนให้ไม่ฆ่าสัตว์ ให้รู้จักช่วยเหลือสัตว์ เหตุผลสำคัญ อีกประการหนึ่งคือ พระองค์ ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ โดย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนา พุทธและทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณสอนโดยไม่คิดค่าตอบแทน

ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย

วันวิสาขบูชานี้ ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๒๐ พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่

สมัยสุโขทัยนั้น ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมากเพราะพระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย

ในหนังสือนางนพมาศได้กล่าวบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชาสมัยสุโขทัยไว้ พอสรุปใจความได้ว่า " เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ต ลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน

ส่วนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป "

ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่าอำนาจของพระพุทธศาสนา จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๖๐) ทรงดำริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดย สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรกในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ พ.ศ. ๒๓๖๐ และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เญ็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทวันตรายต่างๆ โดยทั่วหน้ากัน

ฉะนั้น การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

การจัดงานเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชาที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุคทุกสมัย คงได้แก่การจัดงานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ " ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๘ พฤษภาคม รวม ๗ วัน ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่างๆ ประดับธงทิวและโคมไฟสว่างไสวไปทั่วพระ ราชอาณาจักร ประชาชนถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ตามศรัทธาตลอดเวลา ๗ วัน มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์รวม ๒,๕๐๐ รูป ประชาชน งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ พฤษภาคม รวม ๓ วัน มีการก่อสร้าง พุทธมณฑล จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์วันละ ๒,๕๐๐ รูป ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ประชาชน วันละ ๒๐๐,๐๐๐ คน เป็นเวลา ๓ วัน ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่าในบริเวณนั้น รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย และได้มีการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วย

หลักธรรม

หลักธรรมสำคัญที่ควรนำมาปฏิบัติ

๑. ความกตัญญู คือความรู้อุปการคุณที่มีผู้ทำไว่ก่อน เป็นคุณธรรมคู่กับความกตเวที คือ การตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำไว้นั้น

  • บิดามารดา มีอุปการคุณแก่ลูก ในฐานะผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูจนเติบโต ให้การศึกษาอบรมสั่งสอน ให้เว้นจากความชั่ว มั่นคงในการทำความดี เมื่อถึงคราวมีคู่ครองได้จัดหาคู่ครองที่เหมาะสมให้ และมอบทรัพย์สมบัติให้ไว้เป็นมรดก
  • ลูกเมื่อรู้อุปการะคุณที่บิดามารดาทำไว้ ย่อมตอบแทนด้วยการประพฤติตัวดี สร้างชื่อเสียงให้ แก่วงศ์ตระกูล เลี้ยงดูท่าน และช่วยทำงานของ ท่าน และเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน
  • ครูอาจารย์มีอุปการคุณแก่ศิษย์ ในฐานะเป็นผู้ประสาทความรู้ให้ ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี สอนศิลปวิทยาให้อย่างไม่ปิดบังยกย่องให้ปรากฎแก่คนอื่น และช่วยคุ้มครองให้ศิษย์ทั้งหลาย
  • ศิษย์เมื่อรู้อุปการคุณที่ครูอาจารย์ทำไว้ ย่อมตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน ให้เกียรติ และให้ความเคารไม่ล่วงละเมิดโอวาทของครู
  • ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ ถือว่าเป็นเครื่องหมายของคนดี ส่งผลให้ครอบครัว และสังคมมีความสุขได้เพราะ บิดามารดาจะรู้จักหน้าที่ของตนเอง ด้วยการทำอุปการคุณให้ก่อน และลูกก็จะรู้จักหน้าที่ของตนเองด้วยการทำดีตอบแทน
  • นอกจากบิดากับลูก และครูอาจารย์กับศิษย์แล้ว คุณธรรมข้อนี้ก็สามารถนำไปใช้ได้แม้ระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง อันจะส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
  • ในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้า ทรงเป็นบุพการรีในฐานะที่ทรงสถาปนาพระพุทธศาสนา และทรงสอนทางพ้นทุกข์ให้แก่เวไนยสัตว์
  • พุทธศาสนิกชน รู้พระคุณอันนี้จึงตอบแทนด้วยอามิสบูชาและปฎิบัติบูชากล่าวคือการจัดกิจกรรม ในวันวิสาขบูชา เป็นส่วนหนึ่งที่ชาวพุทธแสดงออก ซึ่งความกตัญญูกตเวที ต่อพระองค์ด้วยการทำนุ บำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา และประพฤติปฎิบัติธรรม เพื่อดำรงอายุพระพุทธศาสนาสืบไป

๒. อริยสัจ ๔

อริยสัจ ๔ คือ ความจริงอันประเสริฐ หมายถึงความจริงของชีวิตที่ไม่ผันแปร เกิดมีได้แก่ทุกคน มี ๔ ประการ คือ

  • ทุกข์ ได้แก่ปัญหาของชีวิตพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่ามนุษย์ทุกคนมีทุกข์เหมือนกัน ทั้งทุกข์ขั้นพื้นฐาน และทุกข์เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ทุกข์ขั้นพื้นฐานคือทุกข์ที่เกิดจาก การเกิด การแก่ และการตาย ส่วนทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน คือทุกข์ที่เกิด จากการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากการประสบกันสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากไม่ได้ตั้งใจปรารถนา รวมทั้งทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ อาทิความ ยากจน
  • สมุทัย คือ เหตุแห่งปัญหาพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์ทั้งหมดซึ่งเป็นปัญหา ของชีวิตล้วนมีเหตุให้เกิดเหตุนั้น คือ ตัญหา อันได้แก่ความอยากได้ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยความยึดมั่น
  • นิโรธ คือ การแก้ปัญหาได้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์คือปัญหาของชีวิต ทั้งหมดที่สามารถแก้ไข ได้นั้นต้องแก้ไขตามทางหรือวิธีแก้ ๘ ประการ ( ดูมัชฌิมาปฎิปทา )
  • มรรค การปฏิบัติเพื่อจำกัดทุกข์ เพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา เพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้ปัญหาที่ต้องการ

๓. ความไม่ประมาท

ความไม่ประมาทคือ การมีสติเสมอทั้ง ขณะทำขณะพูด และขณะคิด สติคือการระลึกได้ ในภาคปฎิบัติเพื่อนำ มาใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึง การระลึกรู้ทันการเคลื่อนไหว ของอริยาบท ๔ คือ เดิน ยืน นั่ง นอน การฝึกให้เกิดสติทำได้โดยตั้งสติกำหนดการเคลื่อนไหวของอริยาบท กล่าวคือ ระลึกทันทั้งในขณะ ยืน เดิน นั่ง และนอน รวมทั้ง ระลึกรู้ทัน ในขณะพูดคิด และขณะทำงานต่างๆ เมื่อทำได้อย่างนี้ก็ชื่อว่า มีความไม่ประมาท

การทำงานต่างๆ สำเร็จได้ก็ด้วยความไม่ประมาท กล่าวคือผู้ทำย่อมต้องมีสติระลึกรู้อยู่ว่า ตนเองเป็นใครมีหน้าที่อะไร และกำลังทำอย่างไร หากมีสติระลึกรู้ได้อย่างนั้น ก็ย่อมไม่ผิดพลาด

การประดับธงวันวิสาขบูชา

กิจกรรมของวันวิสาขบูชา 

ทางราชการประกาศชักชวนให้ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งเอกชน และราชการประดับตกแต่งอาคารสถานที่ด้วยธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร จุดประทีบโคมไฟ แต่โดยทางปฎิบัติแล้ว ใช้หลอดไฟประดับหลากสี ในวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ เดือน ๖

พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประกอบพระราชกุศล ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงบาตร ในตอนเช้า ในตอนเย็น ทรงนำเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ และสดับพระธรรมเทศนาในพระอุโบสถ พร้อมทั้งถวายไทยธรรม

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://guru.sanook.com

วันพฤหัสบดี, 09 พฤษภาคม 2562 13:00

วันพยาบาลสากล

วันพยาบาลสากล (International Nurses Day)

วันพยาบาลสากล เป็นวันที่สภาพยาบาลระหว่างประเทศ (International of Nurses, ICN) กำหนดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เริ่มวันพยาบาลสากลครั้งแรก พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) โดยการเชิญชวนองค์กรสมาชิกจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพยาบาล และเป็นปฐมบูรพาจารย์วิชาการพยาบาลของโลก ในโอกาสเดียวกันนี้ สภาพยาบาลระหว่างประเทศ จะให้ข้อมูลแก่องค์กรสมาชิก เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่มีผลกระทบต่อมวลมนุษย์ และกำหนดแนวทางเพื่อให้พยาบาลทั่วโลกรณรงค์แก้ไขปัญหาสุขภาพดังกล่าวในแต่ละปี

สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ เข้าเป็นองค์กรสมาชิกของสภาพยาบาลระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2504 (ค.ศ.1961) และเริ่มจัดกิจกรรมวันพยาบาลสากล

เมื่อ พ.ศ.2529 (ค.ศ.1986) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร ทวีลาภ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และองค์การยูนิเซฟ จัดกิจกรรมวันพยาบาลสากล และในปีต่อๆ มาก็มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันพยาบาลสากลมาโดยตลอด โดยมีจุดประสงค์สำคัญ เพื่อสดุดีมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล บูรพาจารย์แห่งการพยาบาล รำลึกถึงพระคุณของท่าน และประกาศเกียรติคุณ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่บทบาทของพยาบาลต่อสุขภาพของประชาชนให้ทราบเป็นประจำทุกปี

มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล

มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล
ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพยาบาล และเป็นปฐมบูรพาจารย์วิชาการพยาบาลของโลก

ความเป็นมาของวันพยาบาลสากล

สภาพยาบาลระหว่างประเทศ (International Council of Nurses, ICN) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพพยาบาล ได้กำหนดให้วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันพยาบาลสากล (International Nurses Day) โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2514 (ค.ศ.1971) ทั้งนี้ วันที่ 12 พฤษภาคม เป็นวันเกิดของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพยาบาล และเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ ตั้งใจจะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อมวลมนุษย์ อย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

จุดประสงค์ของการกำหนดวันพยาบาลสากล

วันพยาบาลสากลถูกกำหนดขึ้น เพื่อสดุดีคุณงามความดีของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ที่ทำประโยชน์ อย่างมากมายให้แก่มวลมนุษย์ รวมทั้งเพื่อเป็นการยกย่อง ให้เกียรติ และให้คนยึดถือเอาเป็นแบบอย่าง อีกทั้ง ยังมีจุดมุ่งหมายให้พยาบาลทั่วโลก ร่วมมือจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณชน และกำหนดแนวทาง เพื่อให้พยาบาลทั่วโลกรณรงค์แก้ไขปัญหาสุขภาพในแต่ละปี

ขอบคุณที่มา : https://guru.sanook.com

 

วันพุธ, 08 พฤษภาคม 2562 23:46

วันพืชมงคล

วันพืชมงคล คือ วันที่กำหนดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นับว่าเป็นพระราชพิธีที่มีความเก่าแก่สืบต่อมาตั้งแต่โบราณเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรของชาติ อีกทั้งยังเป็นการระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้มีสืบเนื่องมาตั้งแต่เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย การประกอบพระราชพิธีจะกระทำขึ้นที่ท้องสนามหลวง อันประกอบด้วย 2 พระราชพิธี คือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่มีความแตกต่างกันดังนี้

  1. พิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ อาทิ ข้าวเปลือกจ้าว ข้าวเหนียว ข้างฟ่าง ข้าวโพก ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น การประกอบพิธีพืชมงคลก็เพื่อให้พันธ์ุเหล่านั้นปราศจากโรคภัย และอุดมสมบูรณ์ มีความเจริญงอกงามดี
  2. พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีที่เริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว ซึ่งการประกอบพิธีแรกนาขวัญนี้ก็เพื่อให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ ฤดูกาลแห่งการทำนา ทำไร่ และเพาะปลูกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ประวัติวันพืชมงคล

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือพิธีแรกนา เป็นพระราชพิธีที่มีมาตั้งแต่โบราณเมื่อครั้งที่สุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยนั้นพระมหากษัตริย์มิได้ลงมือไถนาเอง เพียงแต่เสด็จฯ ไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น เมื่อครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จฯ ไปเป็นองค์ประธาน แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจกษัตริย์และจะทรงจำศีลเป็นเวลา 3 วัน โดยวิธีการเช่นนี้ได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

ต่อมา ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้โปรดให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ประกอบพระราชพิธีแรกนาขวัญแทนพระองค์ และมิได้ถือว่าเป็นพิธีหน้าพระที่นั่ง จะยกเว้นก็ต่อเมื่อมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตร ในตอนแรกๆ มีสถานที่ประกอบพิธีที่ไม่ตายตัว แล้วแต่จะทรงกำหนดให้ ครั้นมาถึงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ฉะนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจึงได้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่นั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทำให้มีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ส่วนพิธีกรรมนอกเหนือจากการทำเป็นตัวอย่างที่ทรงจำแนกไว้ 3 อย่าง 2 อย่างแรกที่ว่า “อาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง” ทรงหมายถึง พิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ที่กระทำ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่ว่า “บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้าง” ทรงหมายถึง พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีทางพราหมณ์

ฉะนั้น พอสรุปความมุ่งหมายอันเป็นมูลเหตุการเกิด พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้ว่า พระราชพิธีนี้มุ่งหมายที่จะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร หวังเพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำนา อันเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของคนไทยที่มีมาช้านานและสืบต่อมาจนปัจจุบันยังคงเป็นอยู่เช่นนั้น เพราะด้วยการเกษตรที่มีการทำนาเป็นอาชีหลัก นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศในทุกสมัย

วันที่เหมาะแก่การประกอบพิธีพืชมงคล

วันประกอบพิธีพืชมงคลนั้นต้องเป็นวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย ขึ้น แรม และฤกษ์ยาม ประกอบกันให้ได้วันอันอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์ แต่จะต้องอยู่ในระหว่างเดือน 6 เพราะช่วงเดือนนี้กำลังจะเริ่มเข้าฤดูฝน อันเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จะได้เตรียมทำนา เมื่อโหรหลวงได้คำนวณวันอันอุดมมงคลพระฤกษ์ที่จะประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้ว สำนักพระราชก็จะบันทึกลงไว้ในปฏิทินหลวงที่พระราชทานในวันขึ้นปีใหม่ทุกปี รวมถึงได้กำหนดว่าวันใดเป็นวันพืชมงคล และวันใดเป็นวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญไว้อย่างชัดเจน

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เดิมทีจะกระทำที่ทุ่งพญาไท แต่เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นใหม่ จึงได้เปลี่ยนแปลงสถานที่โดยจัดให้มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ วันแรกนาขวัญ นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของชาติ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ในวันนี้เป็นวันหยุดราชการ 1 วัน และมีประกาศให้ชักธงชาติตามระเบียบราชการ

อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษากันโดยลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นวันเกษตรกรประจำปีอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ที่มีอาชีพทางเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน

การประกอบพระราชพิธีวันพืชมงคล

พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย โดยข้าวที่นำมาเข้าพิธีพืชมงคลนั้นเป็นข้าวเปลือก มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว อีกทั้งยังมีเมล็ดพืชชนิดต่างๆ รวมกว่า 40 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะถูกบรรจุอยู่ในถุงผ้าขาว นอกจากนี้ก็ยังมีข้าวเปลือกที่ใช้สำหรับหว่านในพิธีแรกนาบรรจุเข้ากระเช้าทองคู่หนึ่งและเงินอีกคู่หนึ่ง เป็นข้าวพันธุ์ดีที่โปรดฯ ให้ปลูกในสวนจิตรลดาและพระราชทานมาเข้าพิธีพืชมงคล ซึ่งพันธุ์ข้าวพระราชทานนี้จะใช้หวานในพระราชพิธีแรกนาส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือทางการจะบรรจุซองแล้วส่งไปแจกจ่ายแก่ชาวนานและประชาชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกในปีนี้

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปัจจุบัน ได้ดำเนินไปตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี ยกเว้นแต่บางอย่างที่ได้มีการดัดแปลงให้เหมาะแก่กาลสมัย อาทิ พิธีของพราหมณ์ ก็มีการตัดทอนให้ลดเหลือน้อยลง พระยาแรกนา ก็ให้ตกเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับ 3 – 4 คือ ขั้นโทขึ้นไป อีกทั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรพระราชพิธีเป็นประจำทุกปี รวมถึงมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทูตานุทูต และประชาชนที่สนใจได้เดินทางมาชมการแรกนาเป็นจำนวนมาก

สำหรับการประกอบพิธีนั้นจะถูกกำหนดขึ้นโดยโหรหลวง ซึ่งในระหว่างพิธีอันสวยงามนี้ ก็จะมีการทำนายปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง โดยพระยาแรกนาจะทำการเลือกผ้า 3 ผืนที่มีความยาวต่างกันตามชอบใจ ซึ่งผ้าทั้ง 3 ผืนนี้มีความคล้ายคลึงกัน หากพระยาแรกนาเลือกผืนที่ยาวที่สุดก็ทายว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะมีน้อย แต่ถ้าเลือกผืนที่สั้นที่สุด ทายว่าปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมาก หรือหากเลือกผืนที่มีความยาวปานกลาง ทายว่าปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนพอประมาณ ต่อมา หลังจากที่สวมเสื้อผ้าที่เรียกว่า ผ้านุ่ง เรียบร้อยแล้ว พระยาแรกนาก็จะไถลงไปบนพื้นที่ท้องสนามหลวงด้วยพระนังคัลสีแดงและสีทอง มีพระโคเพศผู้ลำตัวสีขาวทำหน้าที่ลาก แล้วตามด้วยเทพีทั้ง 4 ทำหน้าที่หาบกระเช้าทองและกระเช้าเงินที่บรรจุเมล็ดข้าวเปลือก นอกจากนี้ยังจะมีคณะพราหมณ์ที่เดินคู่ไปกับขบวน พร้อมทั้งสวดและเป่าสังข์ไปในขณะเดียวกัน

เมื่อเสร็จจากการไถแล้ว พระโคจะได้รับการป้อนพระกระยาหารและเครื่องดื่มทั้งสิ้น 7 ชนิด ได้แก่ เมล็ดข้าว ถั่ว ข้าวโพด หญ้า เมล็ดงา น้ำ และเหล้า ไม่ว่าพระโคจะเลือกกิน หรือดื่มสิ่งใดก็ทายว่าในปีนั้นๆ จะสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่พระโคเป็นผู้เลือก ขั้นตอนต่อมา พระยาแรกนาจะทำการหว่านเมล็ดข้าว ประชาชนจะพากันมาแย่งเก็บ เพราะถือกันว่าเมล็ดข้าวนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง เมื่อเก็บเมล็ดข้าวกลับไปแล้ว ชาวนาก็จะใช้เมล็ดข้าวที่เก็บได้มาผสมกับเมล็ดข้าวของตัว เพื่อให้พืชที่ลงแรงลงกายปลูกในปีที่จะมาถึงนี้มีความอุดมสมบูรณ์

ผ้านุ่งเสี่ยงทายพระโคแรกนา

การตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย (การเสี่ยงทายผ้านุ่ง)   

     "ผ้านุ่งแต่งกาย” ผ้านุ่งซึ่งพระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบนั้น เป็นผ้าลาย มีด้วยกัน ๓ ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตกมีผ้าคลุม เพื่อให้พระยา แรกนาขวัญหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามกันคือ

  1. ถ้าหยิบผ้าได้ ๔ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่
  2. ถ้าหยิบได้ผ้า ๕ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  3. ถ้าหยิบได้ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่

7 คำทำนายจากการเสี่ยงทายเลือกกินของพระโค

  1. ข้าว หมายความว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี
  2. หญ้า หมายความว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารอุดมสมบูรณ์
  3. ถั่วเขียว หมายความว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  4. น้ำ หมายความว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารอุดมสมบูรณ์
  5. ข้าวโพด หมายความว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี
  6. งา หมายความว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  7. เหล้า หมายความว่า การคมนาคมและการค้ากับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

สำหรับพระโคที่จะเข้าพระราชพิธีแรกนาขวัญนั้น จะถูกเลี้ยงดูอย่างดีที่จังหวัดราชบุรี โดยพระโคที่ใช้ในพระราชพิธีจะต้องมีลักษณะที่ดี ขาด หรือเกินไม่ได้ อันประกอบด้วย หูดี ตาดี แข็งแรง เขาทั้งสองตั้งตรงสวยงาม พระโคแต่ละคู่จะต้องมีสีเหมือนกัน อีกทั้งจะมีการคัดเลือกพระโคเพียงสองสี คือ สีขาวสำลีและสีน้ำตาลแดง เจาะจงว่าเป็นเฉพาะเพศผู้เท่านั้นและต้องผ่านการ ตอน เสียก่อนด้วย

tt3

ขอบคุณที่มา : http://event.sanook.com

วันเสาร์, 13 เมษายน 2562 11:37

วันสงกรานต์

สงกรานต์ คือ ประเพณีของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนาม และมนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และประเทศทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สันนิษฐานกันว่า ประเพณีสงกรานต์นั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน โดยจะจัดให้มีขึ้นในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม

สงกรานต์ เป็นคำในภาษา สันสกฤต ที่หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเพณีสงกรานต์นั้นมีสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483

Songkran1

ประวัติวันสงกรานต์

เมื่อครั้งก่อน พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พิธีสงกรานต์นั้นเป็นเทศกาลสงกรานต์ โดยได้ขยายออกไปสู่คมเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศคติ ตลอดจนความเชื่อไป แต่เดิมในพิธีสงกรานต์จะใช้ น้ำ เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของพิธี แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในวันนี้จะใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ มีการรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ต่อมาในสังคมไทยสมัยใหม่เกิดเป็นประเพณีกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับว่าวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว อีกทั้งยังมีประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ดั้งเดิม อย่าง การสรงน้ำพระที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข

ปัจจุบันได้มีการประชาสัมพันธ์ในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival หรือ เทศกาลแห่งน้ำ โดยได้ตัดข้อมูลในส่วนที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมออกไป

ตำนานวันสงกรานต์

ladies songkran full

 

การกำเนิดวันสงกรานต์ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาโดยใจความจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ว่า …

เมื่อต้นภัทรกัลป์ มีเศรษฐีคนหนึ่ง มั่งมีทรัพย์มาก แต่ไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุรา ซึ่งนักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน ที่ผิวเนื้อดุจดั่งทอง วันหนึ่งนักเลงสุราเข้าไปในบ้านของเศรษฐีผู้นั้น แล้วด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายต่างๆ นานๆ เศรษฐีเมื่อได้ฟังแล้วจึงถามว่า "พวกเจ้ามาพูดหยาบคายดูหมิ่นเราผู้เป็นเศรษฐีเพราะเหตุใด" 

พวกนักเลงสุราจึงตอบว่า "ท่านมีสมบัติมากมายแต่หามีบุตรไม่ เมื่อท่านตายไป สมบัติก็จะอันตรธานไปมหด หาประโยชน์อันใดมิได้ เพราะขาดทายาทผู้ปกครอง ข้าพเจ้ามีบุตรถึง 2 คน อีกทั้งรูปร่างงดงามเสียด้วย ข้าพเจ้าจึงดีกว่าท่าน"

เศรษฐีครั้นได้ฟังก็เห็นจริงด้วย จึงเกิดความละอายต่อนักเลงสุรายิ่งนัก นึกใคร่อยากได้บุตรบ้าง จากนั้นได้ทำการบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอให้มีบุตร เมื่ออยู่ถึง 3 ปี ก็มิได้มีบุตรตามที่ปราถนา

เมื่อขอบุตรจากพระอาทิตย์และพระจันทร์มิได้ตามดังที่ปราถนา อยู่มาวันหนึ่งเมื่อถึงฤดูคิมหันต์ จิตรมาส (เดือน 5) โลกสมมติว่าเป็นวันมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจากราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษ ผู้คนทั้งหลายต่างพากันเล่นนักขัตฤกษ์อันเป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ไปทั่วทั้งชมพูทวีป ขณะนั้น เศรษฐีจึงพาข้าทาสบริวารไปยังต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำอันเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย เอาข้าวสารซาวน้ำ 7 ครั้งแล้วหุงบูชา รุกขพระไทร พร้อมด้วยสูปพยัญชนะอันประณีต และประโคมด้วยดุริยางค์ดนตรีต่างๆ ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรจากรุกขพระไทร รุกขพระไทรมีความกรุณา เหาะไปขอบุตรกับพระอินทร์ให้กับเศรษฐี

ต่อมา พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตรลงไปปฏิสนธิในครรภ์ บิดามารดาจึงขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วปลูกปราสาทขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่งแม่น้ำนั้น ครั้นเมื่อกุมารเจริญขึ้นก็รู้ภาษานกและเรียนจบไตรเพทเมื่อมีอายุได้ 8 ขวบ อีกทั้งยังได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ชาวชมพูทวีปทั้งปวง ซึ่งขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหม มีกบิลพรหมองค์หนึ่งได้แสดงมงคลการแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมได้แจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นที่นับถือของมนุษย์ชาวโลกทั้งหลาย จึงได้ลงมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร 3 ข้อ ดังความว่า

  1. เวลาเช้า สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน
  2. เวลาเที่ยง สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน
  3. เวลาเย็น สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน

และท้าวกบิลพรหมได้ให้สัญญาว่า ถ้าท่านแก้ปัญหา 3 ข้อนี้ได้ เราจะตัดศีรษะมาบูชาท่าน ถ้าท่านแก้ไม่ได้ เราจะตัดศีรษะของท่านเสีย ธรรมกุมารรับสัญญา แต่ผลัดแก้ปัญญาไป 7 ท้าวกบิลพรหมก็กลับไปยังพรหมโลก

ฝ่ายธรรมบาลกุมารพิจารณาปัญหานั้นล่วงไปได้ 6 แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นอุบายที่จะตอบปัญหาได้ จึงคิดว่าพรุ่งนี้แล้วหนอที่เราจะต้องตายด้วยอาญาของท้าวกบิลพรหม เราหาต้องการไม่ จำจะหนีไปซุกซ่อนตนเสียดีกว่า เมื่อคิดแล้วก็ลงจากปราสาท ออกเที่ยวนอนที่ต้นตาล 2 ต้นซึ่งมีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นตาลนั้น

ขณะที่ธรรมบาลกุมารนอนอยู่ใต้ต้นตาลนั้นพลางได้ยินเสียงนางนกอินทรีถามผัวว่า "พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน" นกอินทรีตัวผู้จึงตอบว่า "พรุ่งนี้ครบ 7 วันที่ท้าวกบิลพรหมถามปัญหาแก่ธรรมบางกุมาร แต่หากธรรมบาลกุมารแก้ไม่ได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะเสียตามสัญญา เราทั้ง 2 จะได้กินเนื้อมนุษย์ คือ ธรรมบาลกุมารเป็นอาหาร" นางนกอินทรีจึงถามว่า "ท่านรู้ปัญหาหรือ" ผู้ผัวตอบว่ารู้ แล้วก็เล่าให้นางนกอินทรีฟังตั้งแต่ต้นจนปลายว่า

  1. เวลาเช้า ราศีอยู่ที่ หน้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า
  2. เวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่ อก คนทั้งหลายจึงเอาน้ำและแป้งกระแจะจันทร์ลูกไล้ที่อก
  3. เวลาเย็น ราศีอยู่ที่ เท้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า

ธรรมบาลกุมารที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินการสนทนาของทั้งสองก็จำได้ จึงมีความโสมนัส ปีติ ยินดีเป็นอันมาก จึงเดินทางกลับมาที่ปราสาทของตน ครั้นถึงวาระเป็นคำรบ 7 วันตามสัญญา ท้าวกบิลพรหมก็ลงมาถามปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่นัดหมายกันไว้ ธรรมบาลกุมารก็วิสัชนาแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่ได้ฟังมาจากนกอินทรีนั้น ท้าวกบิลพรหมยอมรับว่าถูกต้อง และยอมแพ้แก่ธรรมบาล จำต้องตัดศีรษะของตันบูชาตามที่สัญญาไว้ แต่ก่อนที่จะตัดศีรษะ ได้เรียกธิดาทั้ง 7 อันเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์ คือ

นางทุงษะเทวี
1. นางทุงษะเทวี

ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม ทุงษะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราช ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จมาบนหลังครุฑ แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันอาทิตย์ ชื่อ นางแพงศรี

คำทำนาย : ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเนา ข้าวจะตายฝอย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทุกทิศ

นางโคราคะเทวี
2. นางโคราคะเทวี

ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดา ภักษาหารเตลัง (น้ำมัน) พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังพยัคฆ์ (เสือ) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันจันทร์ ชื่อ นางมโนรา

คำทำนาย : ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็นวันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ และเกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็นวันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ

raksod
3. นางรากษเทวี

ถ้าวันอังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม รากษสเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จมาบนหลังวราหะ (หมู) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันอังคาร ชื่อ นางรากษสเทวี

คำทำนาย : ถ้าวันอังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็นวันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล

นางมณฑาเทวี
4. นางมณฑาเทวี

ถ้าวันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังคัทรภะ (ลา) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันพุธ ชื่อ นางมันทะ

คำทำนาย : ถ้าวันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็นวันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็นวันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ

นางกิริณีเทวี
5. นางกิริณีเทวี

ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิริณีเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จมาบนหลังคชสาร (ช้าง) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันพฤหัส ชื่อ นางัญญาเทพ

คำทำนาย : ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ ผู้น้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม

นางกิมิทาเทวี
6. นางกิมิทาเทวี

ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จมาบนหลังมหิงสา (ควาย) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันศุกร์ ชื่อ นางริญโท

คำทำนาย : ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็นวันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็นวันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก

นางมโหธรเทวี
7. นางมโหธรเทวี

ถ้าวันเสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทรายพระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จมาบนหลังมยุรา (นกยูง) แต่ทางล้านนาจะมีความเชื่อว่าวันเสาร์ ชื่อ นางสามาเทวี

คำทำนาย : ถ้าวันเสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง ถ้าวันเสาร์เป็นวันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็นวันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวงจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู

04

อันโลกสมมติว่าเป็นองค์มหาสงกรานต์กับทั้งเทพบรรษัทมาพร้อมกัน จึงได้บอกเรื่องราวให้ทราบและตรัสว่า พระเศียรของเรานี้ ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดินก็จะเกิดไฟไหม้ไปทั่วโลกธาตุ ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศฝนก็จะแล้ง เจ้าทั้ง 7 จงเอาพานมารองรับเศียรของบิดาไว้เถิด ครั้นแล้วท้าวกบิลพรหมก็ตัดพระเศียรแค่พระศอส่งให้นางทุงษะเทวีธิดาองค์ใหญ่ในขณะนั้น โลกธาตุก็เกิดโกลาหลอลเวงยิ่งนัก

เมื่อนางทุงษะมหาสงกรานต์นำพานมารองรับพระเศียรของท้าวกบิลพรหม แล้วให้เทพบรรษัทแห่ประทักษิณเวียนรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที จากนั้นจึงเชิญเข้าประดิษฐานไว้ในมณฑป ณ ถ้ำคันธุลี เขาไกรลาศ กระทำการบูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ ต่อมาพระวิษณุกรรมเทพบุตรได้เนรมิตโลงแก้ว อันประกอบไปด้วยแก้ว 7 ประการ แล้วให้เทพยดาทั้งหลายนำมาซึ่งเถาฉมุนาตลงล้างน้ำในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทั่วทุกๆ พระองค์ ครั้นได้วาระครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่าปีหนึ่งเป็นวันสงกรานต์ เทพธิดาทั้ง 7 ก็ทรงเทพพาหนะต่างๆ ผลัดเปลี่ยนเวียนมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ พร้อมด้วยเทพบรรษแสนโกฏิประทักษิณเวียบรอบเขาพระสุเมรุราชบรรษัทเป็นเวลา 60 นาที แล้วจึงนำกลับไปประดิษฐานไว้ตามเดิม ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีนางสงกรานต์แต่ละนางมาทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์

กิจกรรมวันสงกรานต์

การทำบุญตักบาตร

การทำบุญตักบาตร นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเอง อีกทั้งยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญในลักษณะนี้มักจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาทำบุญก็จะนำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัดโดยจัดเป็นที่รวมสำหรับการทำบุญ ในวันเดียวกันนี้หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จเรียบร้อย ก็จะมีการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์อีกด้วย

การรดน้ำ

การรดน้ำ นับได้ว่าเป็นการอวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน น้ำที่นำมาใช้รดหัวในการนี้มักเป็นน้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา

การสรงน้ำพระ

การสรงน้ำพระ เป็นการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งในบางที่ก็จะมีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์เพิ่มเติมด้วย

การบังสุกุลอัฐิ

การบังสุกุลอัฐิ สำหรับเถ้ากระดูกของญาติผู้ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว มักทำที่เก็บเป็นลักษณะของเจดีย์ จากนั้นจะนิมนต์พระไปบังสุกุล

การรดน้ำผู้ใหญ่

การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการที่เราไปอวยพรผู้ใหญ่ใที่ห้ความเคารพนับถือ อย่าง ครูบาอาจารย์ มักจะนั่งลงกับที่ จากนั้นผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำธรรมดารดลงไปที่มือ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด หากเป็นพระก็อาจนำเอาผ้าสบงไปถวายเพื่อให้ผลัดเปลี่ยนด้วย แต่หากเป็นฆราวาสก็จะหาผ้าถุง หรือผ้าขาวม้าไปให้เปลี่ยน มีความหมายกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในวันปีใหม่ไทย

การดำหัว

การดำหัว มีจุดประสงค์คล้ายกับการรดน้ำของทางภาคกลาง ส่วนใหญ่จะพบเห็นการดำหัวได้ทางภาคเหนือ การดำหัวทำเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสว่า ไม่ว่าเป็น พระ ผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน หรือเป็นการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำหัวหลักๆ ประกอบด้วย อาภรณ์ มะพร้าว กล้วย ส้มป่อย เทียน และดอกไม้

การปล่อยนกปล่อยปลา

การปล่อยนกปล่อยปลา ถือว่าการล้างบาปที่เราได้ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี มีแต่ความสุข ความสบายในวันขึ้นปีใหม่

การขนททรายเข้าวัด

การขนททรายเข้าวัด ในทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาคให้พบแต่ความสุข ความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด แต่ก็มีบางพื้นที่มีความเชื่อว่า การนำทรายที่ติดเท้าออกจากวัดเป็นบาป จึงต้องขนทรายเข้าวัดเพื่อไม่ให้เกิดบาป

วันจันทร์, 22 เมษายน 2562 09:51

วันคุ้มครองโลก

วันคุ้มครองโลก (Earth Day) 22 เมษายน ของทุกปี

 ปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิษได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับน้ำเสีย อากาศเป็นพิษ หรือการตัดไม้ทำลายป่าที่ส่งผลให่เกิดวาตภัย หรืออุทกภัยอย่างฉับพลัน

นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาโลก เช่นปัญหาการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก หรือ Green House Effect ปัญหาปริมาณโอโซนในบรรยากาศลดลง หรือปัญหาพลังงานของโลกที่จะต้องหามาทดแทนการใช้น้ำมัน เป็นต้น

วันคุ้มครองโลก (Earth Day)

ถือเป็นวันสำคัญของขบวนอนุรักษ์ธรรมชาติทั่วโลก ตรงกับวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี วันคุ้มครองโลกถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 27 ปีก่อน ในวันที่ 22 เมษายน 2513

          นักอนุรักษ์ธรรมชาติกลุ่มหนึ่งได้จัดให้มีการแสดงพลังครั้งใหญ่ เพื่อปลุกเร้าจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับวันยิ่งถูกมนุษย์ทำลาย ในการแสดงพลังครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่า 20 ล้านคนและปรากฏขึ้นตามเมืองใหญ่ ๆ เกือบทั้งสหรัฐ หลังจากนั้นความห่วงใยปัญหาสภาพแวดล้อมของสหรัฐก็เพิ่มพูนขึ้น มีการออกกฎหมายควบคุมการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ

          สำหรับประเทศไทยเริ่มพูดถึงวันคุ้มครองโลกครั้งแรก เมื่อปี 2533 ถือเป็นการเริ่มต้นของสังคมไทยยุคเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหลังจากสืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม และเมื่ออาจารย์และนักศึกษาร่วมกัน 16 สถาบันได้จัดงานวันคุ้มครองโลกขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของป่าอนุรักษ์ และตระหนักถึงวิกฤตการทำลายสัตว์ป่าและป่าไม้ประเทศไทย ยังมีการจัดงานเพื่อหาทุนเข้ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อใช้ในการปกป้องรักษาผืนป่า ที่เป็นมรดกของโลกอีกด้วย

          วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายน ของทุกๆ ปี เป็นวันที่เรามีโอกาสรำลึกถึงสิ่งแวดล้อม และใคร่ครวญว่าเราจะต้องทำอะไรอีกบ้างเพื่อปกป้องของ ขวัญที่ธรรมชาติมอบแก่โลกของเราใบนี้ แม้ว่าจะไม่มีองค์กรกลางแห่งใดที่ทำหน้าที่เป็นองค์ก รหลักในการฉลองวันคุ้มครองโลก แต่มีองค์กรเอกชนหลายแห่งที่คอยสังเกตการณ์เกี่ยวกับ กิจกรรมตามโรงเรียนและสวนสาธารณะหลายพันแห่งที่จัดขึ ้นในวันนี้ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะจัดกิจกรรมต่างๆ ในวันคุ้มคองโลกแม้ว่าไม่มีประเทศใดที่ประกาศให้วันด ังกล่าวเป็นวันหยุดประจำชาติ ในสหรัฐอเมริกา วันดังกล่าวช่วยย้ำเตือนว่าจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเ ป็นส่วนหนึ่งของสำนึกของประชาชนทั่วประเทศและการพิทั กษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นความคิดที่จำกัดอยู่ในวงของพวก หัวอนุรักษ์เท่านั้น ได้ขยายออกมาสู่ชาวอเมริกันหมู่มากแล้ว ภายหลังวันสถาปนาวันคุ้มครองโลกในปีแรก รัฐบาลกลางก็ประกาศใช้กฎหมายฉบับสำคัญ สำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (U.S. Environmental Protection Agency) ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2513 ตามด้วยการประกาศใช้กฎหมายอากาศบริสุทธิ์ (Clean Air Act) กฎหมายน้ำสะอาดปี พ.ศ. 2515 (Clean Water Act of 1972) และกฎหมายว่าด้วยสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ พ.ศ. 2516 (Endangered Species Act of 1973) บทบัญญัติข้อหนึ่งในจำนวนบทบัญญัติหลายข้อที่มีผลกว้างไกลของกฎหมายเหล่านี้คือบทบัญญัติที่บังคับให้รถยน ต์ต้องใช้น้ำมันไร้สารตะกั่ว และวิ่งได้ระยะทางอย่างน้อยเท่าที่กฎหมายกำหนดต่อน้ำ มันหนึ่งแกลลอน ตลอดจนมีเครื่องฟอกไอเสียที่ช่วยลดปริมาณควันพิษที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียรถยนต์ ตามครัวเรือนนั้น ชาวอเมริกันเริ่มแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล โดยบ่อยครั้งที่ลูกๆ มักเป็นคนเตือนพ่อแม่ให้ทำเช่นนั้น

          พอถึงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 ชุมชนหลายแห่งก็มี โครงการรีไซเคิล เมื่อถึงกลางคริสต์ทศวรรษ 1990 โครงการรีไซเคิลของเทศบาลเหล่านี้ก็สามารถพึ่งพาตนเอ งได้ โดยจำนวนขยะที่เทศบาลต้องนำไปทิ้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด และกว่าร้อยละ 20 ของขยะในเขตเทศบาลของอเมริกาได้ถูกนำไปแปรรูปให้กลาย เป็นผลผลิตที่มีประโยชน์ บริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งเริ่มตระหนักมากขึ้นในความต้องการของผู้บริโภคแล ะผลกำไรที่จะได้รับในตอนท้าย มักโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีหลายบริษัทที่ใช้วิธีการผลิตที่เพิ่มประสิทธิภาพแล ะลดจำนวนกากของเสียจากอุตสาหกรรมลงด้วย

วันพุธ, 01 พฤษภาคม 2562 09:28

วันแรงงานแห่งชาติ

วันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม วันแรงงานสากล

ประวัติวันแรงงานแห่งชาติ

          ในสมัยก่อน ประเทศในแถบยุโรปจะนับว่า วันเมย์เดย์ (May Day) เป็นวันเริ่มต้นฤดูใหม่ในหน้าเกษตรกรรม จึงได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองและทำการบวงสรวงเพื่อขอให้เทพเจ้าช่วยดลบันดาลให้การปลูกพืชเป็นไปด้วยดี อีกทั้งยังขอให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ มีความร่มเย็นเป็นสุข รวมถึงทางภาคเหนือของยุโรปก็ยังมีการจัดงานรอบกองไฟในวันเมย์เดย์นี้ด้วย ซึ่งประเพณีนี้ในประเทศอังกฤษก็ยังคงปฏิบัติกันสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในตอนแรก วันเมย์เดย์ถือเป็นเพียงแค่วันหยุดพักผ่อนประจำปี แต่ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมในหลายๆ แห่งได้ถือว่าวันนี้เป็นวันหยุดตามประเพณี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์ต่างๆ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ความหมายของวันเมย์เดย์จึงเปลี่ยนไปจากเดิม จนเมื่อปี พ.ศ. 2433 ได้มีการออกมาเรียกร้องในหลายประเทศทางแถบตะวันตกให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานสากล ทำให้ในหลายประเทศได้เริ่มมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันแรงงานเป็นขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 และสืบทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNDgvMjQzODM3LzU4OTQ2OC0wMS5qcGc

วันแรงงานในประเทศไทย

          อุตสาหกรรมไทยในสมัยก่อนได้เริ่มขยายตัวมากขึ้น ผู้ใช้แรงงานต่างก็มีปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งปัญหาแรงงานก็ยังมีความซับซ้อนยากที่จะแก้ไขได้โดยงาน ทำให้ในปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดการบริหารแรงงาน โดยเป็นการจัดสรรและพัฒนาแรงงาน ตลอดจนคุ้มครองและดูแลสภาพการทำงานของแรงงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ดีขึ้น ซึ่งในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2499 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกแรงงานได้จัดประชุมขึ้น โดยมีความเห็นตรงกันว่าควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ให้เป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายรัฐมนตรีขอให้รับรองวันที่ 1 พฤษภาคม ทำให้นับแต่นั้นมา วันที่ 1 พฤษภาคม จึงกลายเป็น วันกรรมกรแห่งชาติ จนต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วันแรงงานแห่งชาติ

          ในปี พ.ศ. 2500 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกำหนดวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน ที่ได้กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์หยุดงานในวันแรงงานแห่งชาติได้ แต่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีอายุได้เพียง 18 เดือนก็ถูกยกเลิกไป โดยมีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 มาแทนที่ และให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกำหนดเรื่องการคุ้มครองแรงงาน อีกทั้งยังกำหนดให้วันกรรมกรเป็นวันหยุดตามประเพณี แต่เนื่องด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นมีความไม่แน่นอน จึงมีคำชี้แจงออกมาในแต่ละปีเพื่อเป็นการเตือนนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยในบางมีก็ได้มีการขอร้องไม่ให้มีการเฉลิมฉลองเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

          จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ. 2517 ได้เปิดโอกาสให้มีการเฉลิมฉลองตามสมควร โดยได้มอบหมายให้กรมแรงงานที่ขณะนั้นสังกัดกระทรวงมหาดไทยจัดงานฉลองวันแรงงานแห่งชาติขึ้นที่สวนลุมพินี ภายในงานได้มีการจัดให้ทำบุญตักบาตร มีนิทรรศการแแสดงความรู้ ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

img1

          สำหรับ วันแรงงานแห่งชาติ ไม่ถือว่าเป็นวันหยุดทางราชการ ฉะนั้น หน่วยงานราชการก็ยังคงเปิดทำงานและให้บริการตามปกติในวันแรงงานแห่งชาติ ส่วนที่มีการหยุดงานจะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานเอกชนเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูล : http://event.sanook.com/day

 

วันพุธ, 08 พฤษภาคม 2562 08:51

วันกาชาดสากล

วันกาชาดสากล 8 พฤษภาคม ของทุกปี

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2d1LzAvdWkvMC8zOTMyLzIxMDZfXzA4MDUyMDA3MTEzMDI5LmpwZw

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศกำหนดให้ 8 พฤษภาคม ของทุกปีซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ อังรี ดูนังต์เป็น วันกาชาดสากล

          เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ.2402 การรบระหว่างกองกำลังร่วมของฝรั่งเศสอิตาลีกับกองกำลังของออสเตรีย บริเวณใกล้หมู่บ้านซอลเฟริโน ตอนเหนือของอิตาลี ทหารบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก เพราะขาดแพทย์พยาบาล
ฌอง อังรี ดูนังต์ (Jean Henri Dunant) นักธุรกิจการธนาคารชาวสวิส สลดใจกับเหตุการณ์ที่พบ จึงรวบรวมแพทย์ชาวออสเตรียและกลุ่มนักเรียนแพทย์อิตาเลียนเข้าช่วยเหลือ โดยไม่เลือกฝ่าย

          และเมื่อเดินทางกลับกรุงเจนีวาได้เขียนบทความชื่อ ความทรงจำจากประเทศอิตาลี และ เก้าบทความ บรรยายเหตุการณ์ที่พบ พร้อมเสนอแนะว่า ควรเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือการพยาบาลให้พร้อมในยามสงบ เมื่อมีสงครามจะได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันท่วงที และขอให้ทหารทุกฝ่ายอย่ายิงเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ ซึ่งความช่วยเหลือเหล่านี้ยังเป็นประโยชน์ในยามเกิดทุพภิกขภัยธรรมชาติอีกด้วย


          การบุกเบิกของเขาร่วมกับ กุสต๊าฟ มัวนิเอร์ ทนายความคนสำคัญ ทำให้กาชาดประสบความสำเร็จ และเกิดการประชุมระหว่างประเทศ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีผู้แทนจาก 16 ประเทศเข้าร่วมประชุม จากข้อเสนอแนะในหนังสือของ อังรี ดูนังต์ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า

1. ควรมีสมาคมขึ้นในทุกประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์แก่ผู้คนในยามสงคราม
2. เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ ทหารที่บาดเจ็บ ตลอดจนเครื่องหมายกาชาด (กากบาทสีขาวบนพื้นสีแดง) ปรากฏที่ใด ต้องถือเป็นกลาง ไม่ใช่คู่สงคราม
  และจึงก่อตั้ง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross : ICRC) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศดำเนินนโยบายเป็นกลาง

  ต่อมา พ.ศ.2413 ประเทศสมาชิกก่อตั้ง 22 ประเทศร่วมลงนามในอนุสัญญาเจนีวาเพื่อตกลงยอมรับและปฏิบัติตามข้อตกลงของสภากาชาดคือ
1. ดูแลรักษาเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บในยามสงคราม
2. ดูแลเชลยศึกทุกคนให้ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสม
3. ให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยทุกอย่างและทุกแห่งทั่วโลก

ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกกว่า 74 ประเทศ  สภากาชาดในแต่ละประเทศจะเป็นองค์กรอิสระ สามารถจัดวางแผนงานของตนให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองได้

ที่มา : กิจการกาชาดในประเทศไทย สำหรับ กิจการสภากาชาดในประเทศไทย ดูหัวข้อ วันสถาปนาสภากาชาดไทย 26 เมษายน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม 2562 นางพรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม นำคณะครูเข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ณ หอประชุมยงใจยุทธ ที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

57168428 1596479280484440 2265254898251595776 n

ดูรูปภาพเพิ่มเติม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

  1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

พระราชบัญญัติ

  1. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
  2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2545
  3. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่ 3)พ.ศ.2553
  4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาต(ฉบับที่ 4)พ.ศ.2562
  5. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
  6. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553
  7. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562
  8. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
  9. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
  10. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551
  11. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553
  12. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
  13. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551
  14. พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551
  15. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
  16. พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

กฎกระทรวง

  1. กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
  2. กฏกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา พ.ศ.2550

ระเบียบ

  1. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขยายชั้นเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2553
  2. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษา พ.ศ.2552
  3. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551
  4. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550
  5. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ.2549
  6. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.2548
  7. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการแก้วัน เดือน ปีเกิด ของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2547
  8. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยใบสุทธิของสถานศึกษาและหนังสือรับรองความรู้ของสถานศึกษา พ.ศ.2547
  9. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยทะเบียนนักเรียน พ.ศ.2535
  10. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม เลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550
  11. กฏกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อรับการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
  12. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2546
  13. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2546
  14. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
  15. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แบบบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่และการยื่นคำขอตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
  16. แนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร และเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย
  17. แนวปฏิบัติในการวางแผนการรับนักเรียน
  18. แนวปฏิบัติในการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนชั้น ป.1 และ ชั้น ม.1
  19. แนวปฏิบัติในการผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
  20. แนวปฏิบัติในการย้ายนักเรียน
  21. แนวปฏิบัติในการจำหน่ายนักเรียน
  22. แนวปฏิบัติการติดตามเด็กเข้าเรียน
  23. แบบ บค.01 - 31
วันอังคาร, 30 เมษายน 2562 04:18

เลื่อนวันเปิดเทอม 1/2562 เป็น 16 พ.ค. 62

วันจันทร์, 29 เมษายน 2562 04:52

หนอนน้อย

นักธุรกิจเศรษฐีชาวจีนผู้หนึ่งเริ่มเข้าสู่วัยชรา ต้องการวางมือจากธุรกิจ จึงเรียกลูกชายสามคนมาพบ และบอกว่า “พ่อไม่อยากแบ่งธุรกิจของพ่อให้ลูก ๆ แต่พ่อต้องการจะรู้ว่าคนไหนมีแววจะเป็นนักธุรกิจที่ดีที่สุด พ่อจะทดสอบพวกเจ้า เพื่อจะดูว่าใครสมควรได้เป็นผู้ดูแลธุรกิจทั้งหมดของพ่อต่อไป”

เขาให้เงินลูกคนละ 10 เหรียญ เพื่อซื้อหาอะไรก็ได้ที่จะใส่ให้เต็มห้องว่าง คนไหนสามารถทำให้ห้องเต็ม คนนั้นคือผู้ชนะ

ลูกคนแรกไปซื้อต้นไม้ใหญ่มีใบดกหนา แล้วให้คนลากมาใส่ในห้อง แต่มันกินเนื้อที่เพียงแค่ครึ่งห้องเท่านั้น

ลูกคนที่สองไปซื้อหญ้าที่ชาวนาตัดทิ้งไว้ในทุ่งนา เขาให้คนแบกมาใส่ไว้ในห้อง แต่มันก็ไม่เต็มห้องอยู่ดี

ลูกคนที่สามซึ่งเป็นคนฉลาดที่สุด ไปที่ร้านแล็ก ๆ ในตลาด ซื้อเทียนราคาถูกมาเล่มหนึ่ง พอตกค่ำก็เชิญพ่อมาที่ห้องใหญ่นั้น และจุดเทียนวางบนพื้นกลางห้อง ทันใดนั้นห้องก็สว่างด้วยแสงเทียน ไม่มีส่วนไหนของห้องที่แสงส่องไปไม่ถึง

เขาจึงได้เป็นผู้ครอบครองธุรกิจทั้งหมด

ข้อคิด

“ท่านคือแสงสว่างส่องโลก”

วันจันทร์, 22 เมษายน 2562 04:09

แสงเทียน

          นักธุรกิจเศรษฐีชาวจีนผู้หนึ่งเริ่มเข้าสู่วัยชรา ต้องการวางมือจากธุรกิจ จึงเรียกลูกชายสามคนมาพบ และบอกว่า “พ่อไม่อยากแบ่งธุรกิจของพ่อให้ลูก ๆ แต่พ่อต้องการจะรู้ว่าคนไหนมีแววจะเป็นนักธุรกิจที่ดีที่สุด พ่อจะทดสอบพวกเจ้า เพื่อจะดูว่าใครสมควรได้เป็นผู้ดูแลธุรกิจทั้งหมดของพ่อต่อไป” เขาให้เงินลูกคนละ 10 เหรียญ เพื่อซื้อหาอะไรก็ได้ที่จะใส่ให้เต็มห้องว่าง คนไหนสามารถทำให้ห้องเต็ม คนนั้นคือผู้ชนะ 

tree

  • ลูกคนแรกไปซื้อต้นไม้ใหญ่มีใบดกหนา แล้วให้คนลากมาใส่ในห้อง แต่มันกินเนื้อที่เพียงแค่ครึ่งห้องเท่านั้น

grass

  • ลูกคนที่สองไปซื้อหญ้าที่ชาวนาตัดทิ้งไว้ในทุ่งนา เขาให้คนแบกมาใส่ไว้ในห้อง แต่มันก็ไม่เต็มห้องอยู่ดี

candles 488575 960 720

  • ลูกคนที่สามซึ่งเป็นคนฉลาดที่สุด ไปที่ร้านแล็ก ๆ ในตลาด ซื้อเทียนราคาถูกมาเล่มหนึ่ง พอตกค่ำก็เชิญพ่อมาที่ห้องใหญ่นั้น และจุดเทียนวางบนพื้นกลางห้อง ทันใดนั้นห้องก็สว่างด้วยแสงเทียน ไม่มีส่วนไหนของห้องที่แสงส่องไปไม่ถึงเขาจึงได้เป็นผู้ครอบครองธุรกิจทั้งหมด

ข้อคิด

ท่านคือแสงสว่างส่องโลก

วันพฤหัสบดี, 07 มีนาคม 2562 03:46

พิธีมอบประกาศนียบัตร ม.3 ม.6

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในวันที่ 7 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุมดอกคันโซ๋ โรงเรียนรามราชพิทยาคม

53891005 1549893018476400 2112478139824209920 n

ดร. พรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม พร้อมด้วยคณะครูที่ปรึกษาและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 เดินนำขบวนเข้าสู่ห้องประชุมดอกคันโซ่

53361235 1549920758473626 5806875125122859008 n

ดร.พรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม เป็นประธานมอบวุฒิบัตรให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6

53795383 1550523275080041 397838633035366400 n

การแสดงรำเปิดพิธีมอบประกาศนียบัตรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6

54407607 1550487785083590 3322931156562739200 n

ผู้อำนวยการ คณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

53391185 1550487235083645 1922606345861726208 n

ผู้บริหาร คณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

53599079 1550531718412530 8376190794280730624 n

ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 เพื่อเป็นสิริมงคล

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

วันอังคารที่ 19 มีนาคม 2562 โรงเรียนรามราชพิทยาคมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลรามราช นำนักเรียนเข้าร่วมรำขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง ในงานนมัสการองค์พระธาตุท่าอุเทน ณ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

55509643 1561692210629814 449194738109644800 n

54514202 1561696320629403 6026912819457294336 n

54798428 1561693627296339 1837083664278618112 n

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

โรงเรียนรามราชพิทยาคม รับสมัครและมอบตัวนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ประจำปีการศึกษา 2562 ระหว่างวันที่ 22-27 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุมดอกคันโซ่ โรงเรียนรามราชพิทยาคม ตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 15.30 น. หยุดวันที่ 24 มีนาคม 2562 เพื่อไปเลือกตั้ง ส.ส. และมอบตัวนักเรียนในวันที่ 29 มีนาคม 2562 เวลา 08.30 น. - 15.30 น.

54414055 342023329989490 9084185018808401920 n

สถานที่รับสมัครนักเรียน : ห้องประชุมดอกคันโซ่

54799042 443446689732453 8325620084106067968 n

หลักฐานการสมัคร

  1. ใบแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ของนักเรียน, บิดา, มารดา อย่างละ 1 ชุด)
  3. รูปถ่ายนักเรียน ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป

วันรายงานตัว

วันที่ 29 มีนาคม 2562

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

โทรศัพท์ : 0-4205-1216

หรือ ครูอนุวัฒน์ โทร. 08-9572-1834

facebook : https://www.facebook.com/ramrachpittayakom/

โรงเรียนรามราชพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ได้ดำเนินการวัดและประเมินผลปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงขอแจ้งกำหนดการปิด – เปิด ภาคเรียน ดังนี้

1. นักเรียนปิดภาคเรียนที่ 2/2562 วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562

2. ประกาศผลการเรียนภาคเรียนที่ 2/2561 วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

ซึ่งนักเรียนสามารถดูประกาศผลการเรียนได้ที่ https://sgs6.bopp-obec.info/sgss

3. นักเรียน ม.3 และ ม.6 ดำเนินการแก้ 0, ร, มส และ มผ ของภาคเรียนที่ 2/2561 ระหว่าง

วันที่ 18 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2562

4.นักเรียนเปิดภาคเรียนที่ 1/2562 วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

5. นักเรียน ม.2, ม.3, ม.5, และ ม.6 ปีการศึกษา 2562 ดำเนินการแก้ 0, ร, มส และ มผ ครั้งที่ 1 ระหว่าง วันที่ 14 – 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

v79 2562

คณะครู​ บุคลากรโรงเรียนรามราชพิทยาคม​ขอขอบพระคุณท่านผอ.คมสิน​ ศรีมานะศักดิ์​ ผู้ทรงคุณวุฒิ​ มาประเมิน​ แนะนำแนวทางในการพัฒนาผู้เรียน​ ด้วยรูปแบบ​ 4​ขั้นตอน​ พัฒนาสิ่งแวดล้อมพร้อมเรียนรู้​ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นฐาน​ วิชาการเป็นเลิศ​ เชิดชูคุณธรรม

13

นางสาววิชุดา  แสนปากดี ครูผู้ช่วย เอกเดี๋ยวเคมี บรรจุ 1 ตุลาคม 2561 รับการประเมินครั้งที่ 1

14

นายสันติ  มารัตน์ ครูผู้ช่วย เอกปรัชญาและศาสนา บรรจุ 1 ตุลาคม 2561 รับการประเมินครั้งที่ 1

IMG 1473

นางสาวจีรารัตน์  ศรีหะมงคล เอกคณิตศาสตร์ บรรจุ 1 ตุลาคม 2561 รับการประเมินครั้งที่ 1

53602059 2190241977686319 5306117951710035968 n

นายวัฒนา  เถาวัลย์ดี ตำแหน่งครูผู้ช่วย เอกศิลปกรรม (ออกแบบประยุกต์ศิลป์ รับการประเมินครั้งที่ 5

53820986 2190242337686283 9213914308415586304 n

นางสาวธนาภรณ์  โฉมเฉลา ครูผู้ช่วย เอกสังคม

IMG 1482

นางสาวเสาวลักษณ์  ผาอินทร์ ตำแหน่งครูผู้ช่วย เอกสังคม รับการประเมินครั้งที่ 6 

25

         การประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย รร.รามราชพิทยาคม ขอบพระคุณท่าน ผอ.คมสิน ศรีมานะศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาประเมิน​ครูผู้ช่วยในครั้งนี้
และท่านได้ให้ความรู้​ ถอดประสบการณ์ความเป็นครู​ ขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพ

เอกสารประกอบการนำเสนอการประเมินฯ

นางสาววิชุดา  แสนปากดี
นางสาวจีรารัตน์  ศรีหะมงคล
นายวัฒนา  เถาวัลย์ดี
นางสาวธนาภรณ์  โฉมเฉลา
นางสาวเสาวลักษณ์  ผาอินทร์

 

นายสันติ  มารัตน์

วันอังคาร, 26 กุมภาพันธ์ 2562 08:21

ครูสันติ มารัตน์

วันจันทร์, 25 กุมภาพันธ์ 2562 03:56

สอบปลายภาคเรียนที่ 2/2561

โรงเรียนรามราชพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ได้กำหนดการสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 ในระหว่างวันที่ 4 - 6 มีนาคม พ.ศ.2562 ดาวน์โหลดตารางสอบปลายภาค 2/2561

Final Exam Schedule2 2561 Page 1

Final Exam Schedule2 2561 Page 2

Final Exam Schedule2 2561 Page 3

Final Exam Schedule2 2561 Page 4

Final Exam Schedule2 2561 Page 5

Final Exam Schedule2 2561 Page 6

 

วันพฤหัสบดี, 07 กุมภาพันธ์ 2562 11:56

Open House 2019 "1 Person 1 Career"

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้กำหนดจัดกิจกรรม มหกรรมวิชาการ Open House 2019 "1 Person 1 Career" ประจำปีการศึกษา 2561 ในวันพฤหัสบดี ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2652 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางให้โรงเรียนและชุมชนมีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางแนะแนวการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และเพื่อเป็นเวทีให้กับครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้แสดงผลงนทางวิชาการ ตลอด 1 ปีการศึกษาที่ผ่านมา

51545801 1527856854013350 3323998962741936128 n

ได้รับเกียรติเปิดงานโดย นายมงคล รุณธาตุ รก.ผอ.สพม.22

51718608 1527846017347767 6270632237612400640 n

การนำเสนอของนักเรียนกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์

51658179 2145532212192173 1720748805709627392 n

การแสดงดนตรีของนักเรียนชุมนุมดนตรีสากล

51395633 1527845670681135 58925911919034368 n

การจัดนิทรรศการของนักเรียนกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ

51731865 1527855737346795 4606072332962758656 n

การจัดนิทรรศการของนักเรียนกลุ่มภาษาและวัฒนธรรม

50876698 1527848700680832 6619028783389212672 n

เหนื่อยจากการเยี่มชมนิทรรศการก็พากันมาเติมพลัง@ The Coffee Ramrach ร้านกาแฟสุดชีค รสชาติกลมกล่อม สดชื่น

51486744 1527856917346677 2364871768419598336 n

มาต่อกันที่ห้องผลิตของเรา มีสินค้าที่มีคุณภาพมากมาย

51141406 1527852877347081 6203666975843942400 n

มาที่โซนงานศิลปะเราก็มอบของที่ระลึก ที่วาดจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ

50853120 1527853830680319 4393106856331968512 n

มาแวะที่โซนงานเกษตรพอเพียง

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 คณะครูและบุคลากรโรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาสายสัมพันธ์สามัญศึกษา ครั้งที่ 19 ประจำปี 2562 ณ สนามกีฬาจังหวัดนครพนม

51773388 1530423637090005 2937011775033311232 n

51620212 1530406707091698 7804500264584478720 n

51664958 1530419357090433 1160197196386140160 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 โรงเรียนรามราชพิทยาคม นำโดย นางพรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้่อมด้วยคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนเชิงชุมราษฎร์วิทยานุกูล และแสดงความยินดี กับครูชฎาพร ไชยเชษฐ์ ที่ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ที่โรงเรียนเชิงชุมราษฎร์วิทยานุกูล อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดยมี นายชัญโญ ใครบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูให้การต้อนรับ ในครั้งนี้

51723298 1531158927016476 2777455535283240960 n

51741879 1531158600349842 2016214870315237376 n

51929243 1531158467016522 7874284094345969664 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันศุกร์, 28 ธันวาคม 2561 12:00

Merry Christmas & Happy new year 2019

          เทศกาลคริสตมาสเป็นเทศกาลแห่งการส่งความสุขให้แก่กันและกัน เป็นเทศกาลที่สำคัญของศาสนาคริสต์ ถือว่าเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองการบังเกิดของพระเยซูคริสตเจ้า (ศาสดาของศาสนาคริสต์) จะจัดเป็นประจำในทุกวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน โรงเรียนรามราชพิทยาคมเป็นความสำคัญและอยากปลูกฝักคุณธรรมการแบ่งปันให้เกิดแก่ลูก ๆ นักเรียนทุกคนจึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2561

49114169 1499302776868758 3437440147224788992 n

เปิดงานโดย ดร.พรนภา  เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม

49191230 1499310053534697 713998339699376128 n

มีการแสดงต่าง ๆ ทั้งครูและนักเรียน

49528598 1499301036868932 2770580344909332480 n

นักเรียนได้นำของขวัญมาแลกเปลี่ยนกัน

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

 

วันเสาร์, 12 มกราคม 2562 06:23

ร่วมกิจกรรมวันเด็ก 62 สวท.นพ.

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ในนาม "สภาเด็กและเยาวชนตำบลรามราช"ได้รับเกียรติจากบ้านพักเด็กและครอบครัวในการเข้าร่วมแสดงพิธีเปิดและการแสดงในซุ้มกิจกรรม "วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562" โดยจัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 12 มกราคม 2562 ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.นพ.) อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ภายในงานมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาตนเองทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และวิถีของสภาเด็กและเยาวชนอย่างหลากหลาย ขอขอบพระคุณหัวหน้าบ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม พร้อมทีมงานทุกท่านที่ให้ความอนุเคราะห์และดูแลนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม และที่สุดของความสำเร็จในกิจกรรมครั้งนี้ ต้องขอขอบใจตัวแทนนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันหยุดและทำหน้าที่ตัวแทนของโรงเรียนอย่างเต็มที่

50060740 1510628745736161 1162759694134018048 n

50299878 1510629949069374 3408875844452483072 n

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

วันพุธ, 30 มกราคม 2562 04:00

ทำความสะอาดยามเช้า

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้มีกิจกรรมดี ๆ ที่ทำกันทุกวัน คือ ครูและนักเรียนร่วมกันรับผิดชอบเขตพื้นที่ของตนเอง ทำความสะอาด ดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ให้สะอาดน่ามอง เหมาะแก่การจัดการเรียนการสอน

โรงเรียนรามราชพิทยาคม เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ ประจำปีการศึกษา 2562 ระหว่างวันที่ 23-27 มีนาคม 2562 

11144

11143

หลักฐานการสมัคร

  1. ใบแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ของนักเรียน, บิดา, มารดา อย่างละ 1 ชุด)
  3. รูปถ่ายนักเรียน ขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป

วันรายงานตัว

วันที่ 29 มีนาคม 2562

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

โทรศัพท์ : 0-4205-1216

หรือ ครูอนุวัฒน์ โทร. 08-9572-1834

facebook : https://www.facebook.com/ramrachpittayakom/

 

วันศุกร์, 18 มกราคม 2562 05:26

เข้าค่ายลูกเสือ

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ในระหว่างวันที่ 18-19 มกราคม 2562 ณ ค่ายพักแรมชั่วคราวโรงเรียนรามราชพิทยาคม เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดีมีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้ เพื่อความสงบสุข และความมั่นคงของประเทศชาติตามแนวทางดังต่อไปนี้

          (1) ให้มีนิสัยในการสังเกตจดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง

          (2) ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

          (3) ให้รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์

          (4) ให้รู้จักทำการฝีมือ และฝึกฝนให้ทำกิจการต่างๆตามความเหมาะสม

          (5) ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรมและความมั่นคงของประเทศชาติ

50983451 1513491672116535 7079174889239740416 n

พิธีเปิดการเข้าค่ายลูกเสือ ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนรามราชพิทยาคม โดยท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ดร.พรนภา  เอกนิพนธ์

50301888 1513495262116176 8961013684700708864 n

ด่านแรกของการเดินทางไกล "ลอดซุ้มหน้าเสือ" เราต้องมีการพรางหน้ากันนิดหน่อยยยยยยย

50666114 1513501895448846 8655074874919747584 n

เตรียมปล่อยตัวเดินทางไกล "จะไม่หลงทาง ถ้าเดินตามแผนที่"

50489396 1513501038782265 3390273443445342208 n

ดูหน้านางฟินเวอร์

ดูรูปภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

 

วันจันทร์, 21 มกราคม 2562 01:37

แนะแนวศึกษาต่อ 2562

โรงเรียนรามราชพิทยาคมเข้าแนะแนวการศึกษาต่อ ประจำปีการศึกษา 2562 ณ โรงเรียนบ้านบุ่ง โรงเรียนบ้านโพนก่อ โรงเรียนบ้านโพนแดง เพื่อเพิ่มโอกาสทางเลือกการศึกษา ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ

 

 

49419694 1515293021936400 7896125785457557504 n

50519861 1515292611936441 7308917882518241280 n

50600959 1515293328603036 4617622234461110272 n

50959535 1515292228603146 2731233354941726720 n

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนรามราชพิทยาคม

1. หลักสูตรวิทย์-คณิต SCG (Science Gifted)

2. หลักสูตรวิทยาศาสตร์ประยุกต์

2.1 สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา

2.2 สาขาวิทยาศาสตร์เพิ่อสุขภาพและความงาม

2.3 สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร

3. หลักสูตรอาชีวศึกษา

3.1 ช่างไฟฟ้า

3.2 ช่างเชื่อม

3.3 ช่างก่อสร้าง

3.4 ช่างไม้

วันเสาร์, 01 ธันวาคม 2561 11:19

ทัศนศึกษา

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ โดยนำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าศึกษาดูงาน ณ วัดป่าภูก้อน อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี และวิถีชีวิตชาวอำเภอเชียงคาน หมู่บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2561

f98d24fe2442aefbe22df4ab70d33edd

วัดป่าภูก้อน

          วัดป่าภูก้อน...ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 จังหวัด คือจังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลย และจังหวัดหนองคาย วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 ซึ่งจุดประสงค์หลักของการสร้างวัดคือต้องการปลูกป่าทดแทนเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมกว่า 750 ไร่ รวมถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่โดยรอบวัด เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมป่าไม้ และได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อจัดตั้งพุทธอุทยาน จนวัดแห่งนี้ได้รับขนานนามว่า "พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน"

Phukon7

          ด้วยอาณาเขตความกว้างของวัด ประกอบกับที่กรมป่าไม้ให้วัดป่าภูก้อนได้ดูแลงานด้านป่าไม้ จนทำให้วัดป่าภูก้อนแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ เพื่อรักษาป้องกันไฟป่าและการบุกรุกทำลายป่าล่าสัตว์ อีกทั้งวัดป่าภูก้อนยังมีความเงียบสงบ จึงเหมาะสำหรับเป็นที่บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนการสร้างพระมหาเจดีย์นามว่า "พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์" เพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานในสถานที่อันสมควรสักการะ

47682430 1477502545715448 4125095747395780608 n

           พระวิหารที่สวยงามของวัดป่าภูก้อน ได้รับออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง องค์พระพุทธรูปหินอ่อน พระวิหาร ศาลาราย และอาคารรอบลานเขา โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบผนังภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงจำนวน 22 ช่อง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่างๆ 10 ชาติ เป็นการสื่อความหมายถึงการสั่งสมบารมีด้วยความพรากเพียร และความเสียสละของพระองค์ในทุกๆชาติ โดยด้านบนของทุกภาพ แกะสลักบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนหินอ่อนขาวถือเป็นผนังพระวิหารที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

          ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงมีการจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9

          นอกจากพระวิหารและพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีที่เป็นจุดเด่นของวัดป่าภูก้อนแล้ว ยังมี พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันถัดมาทางด้านล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรูปปั้นหินอ่อนของเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย ซึ่งมีศิษยานุศิษย์อยู่มากมาย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางขึ้นบันไดยาวเพื่อเข้ามายังเจดีย์เพื่อเข้าไปสักการะบูชา แม้จะสร้างขึ้นได้ไม่นานแต่ที่นี่ถูกยกให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวอีสานอีกหนึ่งแห่ง

47261137 1477524272379942 8371232168638152704 n

ถนนคนเดินเชียงคาน

          ถนนชายโขงแห่งนี้ จะกลายเป็นถนนคนเดินที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเดินทอดน่องชมบ้านไม้เก่าแก่ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิค บางหลังเป็นร้านอาหาร บางหลังเป็นร้านกาแฟ บางหลังก็พัฒนาเป็นโรงแรม หรือเกสต์เฮาส์ บ้างก็เป็นร้านขายของที่ระลึก มีสินค้าและอาหารพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวชิมช้อปไม่มีเบื่อ กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งก็คือการขี่จักรยานเลาะริมฝั่งโขง ดูวิวทิวทัศน์สวยๆ สัมผัสอากาศสดชื่น และวิถีชีวิตผู้คนที่น่ารัก ส่วนในตอนเช้าจะมีพิธีตักบาตรข้าวเหนียว ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน

47394804 1477529839046052 1338094028821889024 n

ภูทอก

          ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน พร้อมเสพทัศนียภาพแบบพาโนราม่ารอบเมืองเชียงคานและวิวสองฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมของเมืองเชียงคานอีกด้วย นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว เพราะจะได้สัมผัสกับปุยหมอกหนาๆ ที่มาปะทะร่างกายเราตั้งแต่นั่งรถขึ้นภูจนถึงยอดภูเลยทีเดียว

47429187 1477532442379125 1322451998448025600 n

47395179 1477531242379245 7216834191713894400 n

 

แก่งคุดคู้

 

          แก่งคุดคู้ เปรียบได้กับสถานที่ตากอากาศของคนเชียงคาน รายล้อมด้วยวิวของลำน้ำโขงที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ทอดตัวยาวขนานไปสองฝั่งไทย-ลาว และในช่วงที่น้ำลดจะเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ โดยมีภูเขาลูกยักษ์ที่ชื่อ “ภูควายเงิน” ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่นี่เขามีบริการให้เช่าเรือหางยาวด้วย นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งไทย-ลาว และวิถีชีวิตชาวบ้านที่ล่องเรือหาปลาในแม่น้ำโขง หรือเดินเล่นพักผ่อนชมความงามของแก่งหิน ก่อนกลับแวะซื้ออาหารอร่อยๆ จากพ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งซุ้มขายอยู่ริมฝั่งโขง ซึ่งมีของฝากขึ้นชื่อเป็นมะพร้าวแก้วหวานหอมแสนอร่อย

47573993 1477535935712109 1732954626023489536 n

 

หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

          ตั้งอยู่บริเวณบ้านนาป่าหนาด ห่างจากอำเภอเชียงคาน 17 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาวไทดำกลุ่มหนึง ที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง สปป. ลาว ที่นี่เราจะพบกับบ้านจำลองที่สร้างขึ้นตามรูปแบบของชาวไทดำในอดีต รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในบ้านต่างๆ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างดี และชมการทำผ้าทอมือแบบโบราณ ซึ่งสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ นอกจากนี้ยังมีบริการโฮมสเตย์ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทดำอย่างลึกซึ้งด้วย

47386308 1477537805711922 6561320395914346496 n

          บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ บ้านนาป่าหนาด ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ชาวบ้านนาป่าหนาดเป็นคนเชื้อสายไทดำ หรือไทชงดำ หรือไทโซ่ง ชาวไทดำเป็นกลุ่มชาติพันธุ์อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้เข้ามาเพิ่มเติมสีสันให้แก่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย นับแต่อดีตมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 ในสมัยที่ไทยทำสงครามปราบฮ่อในดินแดนเชียงขวางและสิบสองจุไท ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และประเทศเวียดนาม ชาวไทดำบ้านนาป่าหนาดถูกอพยพโยกย้ายเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยกองทัพสยามตั้งแต่ครั้งนั้น ชาวไทดำมีรากฐานวัฒนธรรมเริ่มต้นที่แคว้นสิบสองจุไท หรือสิบสองเจ้าไท อันหมายถึง เมือง 12 เมืองของชาวไท มีทั้งชาวไทดำ ไทขาว ไทเหลือง และไทแดง แคว้นสิบสองจุไทในอดีตตั้งอยู่ในประเทศลาว บริเวณแขวงหัวพัน พงสาลี และเชียงขวาง อีกทั้งยังมีหลายเมืองที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม เมืองเดียนเบียนฟู และอีกหลายๆ เมืองในย่านนั้น

img display

          แคว้นสิบสองจุไทเป็นแคว้นที่เป็นเมืองสามฝ่ายฟ้า คือรอบด้าน 3 ด้าน ล้วนเป็นเมืองที่กล้าแข็งกว่า ทั้งฝ่ายเวียดนาม ฝ่ายสยาม และฝ่ายล้านช้าง ดังนั้นการดำรงคงอยู่ของเมืองจึงขึ้นอยู่กับการยินยอมส่งส่วยให้กับเมืองใหญ่เหล่านั้น ในสมัยกรุงธนบุรี ฝ่ายสยามกำลังกล้าแข็ง รบกับลาวได้รับชัยชนะ พอดีกับฝ่ายเวียดนามกำลังประสบปัญหาภายใน กองทัพสยามจึงสามารถบุกเข้าไปถึงสิบสองจุไท และได้กวาดต้อนครัวชาวไทดำเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรสยามในพื้นที่หลายๆ แห่ง เช่น เขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี และบ้านนาป่าหนาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย แห่งนี้ และในปัจจุบันชาวไทดำบ้านนาป่าหนาดอยู่อาศัยในเมืองไทยมาแล้วนับร้อยปี หนุ่มสาวชาวไทดำในวันนี้กลายเป็นคนรุ่นที่ 4 ที่ได้กลายเป็นคนไทยไปแล้วโดยสมบูรณ์

47427698 1477538782378491 8645009271169220608 n

          ในชุมชนไทดำบ้านนาป่าหนาดยังคงรักษาหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้ได้ เช่น การทอผ้าสวยงามลักษณะต่างๆ ผ้าเปียวหรือผ้าสไบใช้ในการทำภารกิจหลากหลาย ผ้าซิ่น ผ้านุ่งลวดลายของชาวไทดำ ตุ้มนก ตุ้มหนู บ้านอนุรักษ์ทรงไทดำ เครื่องประดับประกอบพิธีกรรมซึ่งสามารถเอาไปทำเป็นโมบายประดับตกแต่งได้หลากหลาย พิธีกรรมต่างๆ ก็ยังคงพยายามรักษาเอาไว้ และสิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างหนึ่ง ก็คือแซปาง คือการละเล่นสนุกสนานของขาวไทดำที่ในประเทศไทยมีอยู่ในพื้นที่นี้แห่งเดียวเท่านั้น

47490306 1477539125711790 907819781292294144 n

          หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 โดย อาจารย์เพชรตะบอง ร่วมกับชาวบ้าน บ้านนาป่าหนาดในการจัดสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งที่เผยแพร่ข้อมูลด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตรวมทั้งประวัติ ความเป็นมาของชนชาวไทดำ บ้านนาป่าหนาด และเนื่องจากมีผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับบ้านนาป่าหนาดเป็นจำนวนมาก อาทิ ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านประเพณีวัฒรธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่อาจมาเป็นการส่วนตัว หรือหมู่คณะแบบเป็นทางการ ก็มีบางครั้งพักอยู่ในหมู่บ้านเป็นเวลานาน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาดเป็นหมู่บ้านที่มีลักษณะเป็นหมู่บ้านสาธิตความเป็นไทดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรือการ ดำเนินชีวิตต่างๆ ของชาวไทดำให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมได้เห็นภาพจริง

47684002 1477539062378463 8970406670802878464 n

47431273 1477533762378993 4326187327375278080 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันพฤหัสบดี, 04 ตุลาคม 2561 12:22

พัฒนา และปรับภูมิทัศน์

ช่วงก่อนปิดภาคเรียนคณะครูและนักเรียนร่วมใจกันพัฒนาภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้เหมาะสม สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

44302797 1443232162475820 6784224508472459264 n

44339334 1443228755809494 4264757518242152448 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันศุกร์, 05 ตุลาคม 2561 11:52

สายใยรัก ร.พ.ค.

โรงเรียนรามราชพิทยาคม ทำการต้อนรับคณะครูบรรจุใหม่ จำนวน 3 ท่าน และมอบของที่ระลึกเพื่อต้อนรับเข้าสู่รั้วเขีนวเหลืองอย่างอบอุ่น ให้มีขวัญและกำลังใจในการทำงาน

44368295 1443251045807265 2554957181170483200 n

44326109 1443251562473880 3764226406137987072 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันที่ 4 ตุลาคม 2561 รองคณบดี คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมด้วยคณาจารย์ มาเยี่ยมชม และเตรียมความพร้อม จัดทำหลักสูตรร่วมกันกับโรงเรียนรามราชพิทยาคม

44279876 1443304855801884 8601528821855813632 n

44334728 1443309992468037 7254134041354436608 n

44359385 1443310072468029 1749850919991771136 n

44405599 1443309745801395 3528068677339447296 n

44427366 1443307555801614 4544702460098248704 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

 

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561 โรงเรียนธรรมโฆษิตวิทยา นำโดย นายประชา สมศรี ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู มาศึกษาดูงานโรงเรียนที่จัดการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพของนักเรียน

47069831 1476054675860235 6407405952189857792 n

47294412 1476053142527055 169666360836620288 n

47326467 1476051692527200 2781702403240493056 n

47375576 1476051562527213 751304331143151616 n

47436246 1476051132527256 8475768146454642688 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันจันทร์, 03 ธันวาคม 2561 10:35

กรรมการตรวจนับจำนวนนักเรียน

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการตรวจนับจำนวนนักเรียน ระดับโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2561 ได้มาตรวจนับโรงเรียนรามราชพิทยาคม ตามนโยบายและข้อสั่งการเพื่อแก้ปัญหานักเรียนไม่มีตัวตนจริงในห้องเรียน

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันจันทร์, 03 ธันวาคม 2561 14:49

วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561 โรงเรียนรามราชพิทยาคม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ พุทธศักราช 2561

nation day

วันชาติไทย

วันชาติของไทย คือ วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

47478566 1476033495862353 3576846028214632448 n

ความเป็นมาของวันชาติไทย

          สำหรับประเทศไทย เราเคยได้มีการกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็น “วันชาติ”ของไทย ด้วยถือว่าวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “วันชาติ” ลงวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 โดย พ.อ.พหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น และได้มีการเฉลิมฉลองวันชาติ 24 มิถุนายน ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2482 ในสมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี

          วันที่ 24 มิถุนายน เป็น “วันชาติ” ของไทยอยู่นานถึง 21 ปี ครั้น วันที่ 21 พฤษภาคม 2503 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า

          ด้วยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นว่า ตามที่ได้กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันชาติไทยในวันที่ 24 มิถุนายน นั้น ได้ปรากฏในภายหลังว่า มีข้อที่ไม่เหมาะสมหลายประการ ในด้านประชาชนและหนังสือพิมพ์ก็ได้เสนอแนะให้พิจารณาในเรื่องนี้หลายครั้งหลายคราว คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยมีพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

          คณะกรรมการนี้ได้พิจารณาแล้ว เสนอความเห็นว่า ประเทศต่างๆได้เลือกถือวันใดวันหนึ่งที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับชนในชาติต่างๆกัน โดยถือเอาวันประกาศเอกราช วันอิสรภาพ วันตั้งถิ่นฐาน วันสาธารณรัฐ วันสถาปนาพระราชวงศ์บ้าง ซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของชาติ โดยทั่วไปนั้น ได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติ เช่น ประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน ญี่ปุ่น ฯลฯ เป็นต้น

          แม้ประเทศไทยเราเองก็ได้ถือเอาวัน[[พระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทยมาแล้ว เพิ่งจะมากำหนดเอาวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ เพิ่มขึ้นอีกวันหนึ่งในระยะหลังนี้เองคณะกรรมการจึงมีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติโดยทั่วกัน จึงสมควรจะถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทยต่อไป โดยยกเลิกวันชาติ ในวันที่ 24 มิถุนายนเสีย

          ดังนั้น นับแต่ปี พ.ศ. 2503 ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันชาติ” ของไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

47313122 1476034179195618 9101661292275433472 n

กิจกรรมวันชาติไทย

          ตามปกติ การจัดงาน “วันชาติ” ของประเทศต่างๆ ก็จะมีกิจกรรมและรูปแบบแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ก็มักจะมีการกล่าวสุนทรพจน์ การจัดขบวนพาเหรดเฉลิมฉลอง การจุดพลุดอกไม้ไฟอย่างเอิกเกริก รวมไปถึงการแสดงมหรสพต่างๆ เป็นต้น แต่ในประเทศไทย เนื่องจากวันชาติ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมเฉลิมฉลองอยู่แล้ว กอปรกับประเทศไทยยังไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครมาก่อน และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็คุ้นชินกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างที่เห็นกันอยู่ปัจจุบัน

          ดังนั้น “วันชาติ” ของเราจึงดูเหมือนไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าใดนัก เพราะชาวไทยทุกหมู่เหล่าล้วนตัองการจัดกิจกรรมเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พ่อหลวงของแผ่นดิน” มากกว่าประเด็นอื่น อย่างไรก็ดี หากเราจะระลึกว่าวันนี้ ก็เป็น “วันชาติ”ของไทยด้วย แล้วจัดกิจกรรมต่างๆที่จะแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อ “ประเทศชาติ” ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และความเสียสละมาอย่างยาวนานเช่นไร ก็อาจจะทำให้วันนี้ มีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมดดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันศุกร์, 23 พฤศจิกายน 2561 11:17

กิจกรรมวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า

ด้วยวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย โรงเรียนรามราชพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ได้กำหนดให้มีการจัดงาน "วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า" ประจำปี 2561 ในวันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณสนามโรงเรียนรามราชพิทยาคม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยมีนางพรนภา เอกนิพนธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานในการประกอบพิธีวางพวงมาลา ถวายบังคมราชานุสรณ์ และถวายราชสดุดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย โดยมีลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เข้าร่วมกิจกรรมและบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาด เก็บขยะมูลฝอย ตัดแต่งต้นไม้ เก็บกวาดขยะ ในช่วงบ่าย บริเวณโรงเรียนรามราชพิทยาคม

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2d1LzAvdWkvMS83OTU0LzI2MzM5MV9fMjMwNTIwMTIwMTM1MDQuanBn

วันวชิราวุธ ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงริเริ่มกิจการลูกเสือในประเทศไทย

46510760 1468673586598344 1166315218385502208 n

ที่มาของวันวชิราวุธ

          วันวชิราวุธ ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ด้วยพระอาการโลหิตเป็นพิษ ซึ่งพระองค์นั้นได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง การคมนาคม กิจการเสือป่าและลูกเสือ ทั้งยังทรงเป็นกวีเอกที่เก่งกาจในด้านศิลปวัฒนธรรมและวรรณคดี โดยภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่เสด็จสวรรคต ทางการก็ได้กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันวชิราวุธ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แต่เนื่องด้วยมีการค้นพบหลักฐานว่าช่วงเวลาที่เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสวรรคตนั้นตรงกับช่วงตี 1 ของวันที่ 26 พฤศจิกายน แต่ทางราชการยังคงให้ถือเอาวันที่ 25 พฤศจิกายนไว้ตามเดิม

46520008 1468673289931707 8342523881382215680 n

กิจกรรมในวันวชิราวุธ

          ในทุกๆ ปี เหล่าผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือและเนตรนารีจะจัดให้มีพิธีวางพวงมาลา ตลอดจนการทำถวายราชสดุดีเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์นั้นได้เป็นผู้ให้พระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทยขึ้น จะเห็นว่า พระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่ได้ทรงริเริ่มและพัฒนาไว้ล้วนแต่เป็นราฐานที่สำคัญซึ่งนำไปสู่ความเจริญของประเทศ จึงสำคัญอย่างยิ่งที่พวกเราชาวไทยควรรำลึกถึงวันวชิราวุธ  เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์สืบต่อไป

46689639 1468680116597691 2214941748675739648 n

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมดดูภาพกิจกรรมทั้งหมด

วันอาทิตย์, 25 พฤศจิกายน 2561 08:13

ข้อมูลทั่วไป

ประวัติโรงเรียน

          เดิมกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติให้โรงเรียนอุเทนพัฒนาดำเนินการจัดตั้งสาขา โรงเรียนขึ้น ณ บ้านรามราช ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ในปีการศึกษา 2532 โดยการขอร้องของชาวบ้านรามราช เพื่อให้บุตรหลานเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในระยะแรกได้ขอใช้อาคารเอนกประสงค์ของโรงเรียนบ้านรามราช (สังกัด สปช.) เพื่อเป็นที่เรียน โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 17 คนโดยมีนายชัยชนะ พลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอุเทนพัฒนาเป็นผู้บริหารและมอบให้ นายวรสันต์ กิติศรีวรพันธุ์ อาจารย์ 2 โรงเรียนอุเทนพัฒนาเป็นผู้ดูแลโรงเรียนสาขาโรงเรียนอุเทนพัฒนา สาขารามราช โดยจัดครูมาทำการสอนอย่างต่อเนื่อง ในปีการศึกษา 2532 กระทรวงศึกษาธิการ กรมสามัญศึกษา ได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียนอุเทนพัฒนา สาขารามราช เป็นโรงเรียนรามราชพิทยาคม เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2535 และได้แต่งตั้ง นายวรสันต์ กิติศรีวรพันธุ์ อาจารย์ 2 โรงเรียนอุเทนพัฒนา ปฏิบัติหน้าผู้บริหารโรงเรียนรามราชพิทยาคม และต่อมากรมสามัญศึกษาได้แต่งตั้งนายวรสันต์ กิติศรีวรพันธุ์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2535 และได้จัดสรรดำรงตำแหน่งข้าราชการครู จำนวน 2 อัตรา ให้กับโรงเรียนรามราช พิทยาคม ต่อมา ก.ค. ได้กำหนดตำแหน่งผู้บริหารอาจารย์ใหญ่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2537 และในการศึกษาปี 2540 กรมสามัญศึกษาอนุมัติโรงเรียนเปิดสอนชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อีกระดับหนึ่ง เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2543 ก.ค. ได้กำหนดตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนเป็นตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน ปัจจุบันนายวีระ ดีแนบเนียน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียน มีนักเรียน 246 คน ( ปีการศึกษา 2559 ) มีครูประจำการ 11 คน พนักงานราชการ 2 คน อัตราจ้าง 1 คน ลูกจ้างประจำ จำนวน 2 คน นายวีระ ดีแนบเนียน ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม มาดำรงตำแหน่งวันที่ 8 ตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน

ปรัชญา


“ นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา ”
“ แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ”


คติพจน์


การพัฒนาเป็นเครื่องหมายของผู้เจริญ


สีประจำโรงเรียน

color school

ตราประจำโรงเรียน

Logo Ramrach

ดอกไม้ประจำโรงเรียน

flower school

ดอกมังตาน

วิสัยทัศน์


โรงเรียนรามราชพิทยาคม มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คน เก่ง มีความสุข ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

พันธกิจ

  1. ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  2. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
  3. ส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ
  4. ส่งเสริมบุคลากรให้ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและยึดมั่นในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
  5. ส่งเสริมสนับสนุนการใช้แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. ส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เป้าประสงค์

  1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    2. ระบบบริหารจัดการมีประสิทธิภาพโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
    3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความสามารถ ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
    4. บุคลากรดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
    5. โรงเรียนใช้แหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการเรียน การจัดการเรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ
    6. ชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
วันอาทิตย์, 25 พฤศจิกายน 2561 08:13

ทำเนียบผู้บริหาร

ทำเนียบผู้บริหาร

วันอาทิตย์, 25 พฤศจิกายน 2561 08:12

คณะกรรมการนักเรียน

คณะกรรมการนักเรียน

วันอาทิตย์, 25 พฤศจิกายน 2561 08:12

ข้อมูลครู

school director 
ดร.พรนภา  เอกนิพนธ์ 
ครู คศ.3
ผู้อำนวยการโรงเรียนรามราชพิทยาคม
 kaew
ชื่อ-นามสกุล 
ครู คศ.3
 aniwat
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
 darinee
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.2
 
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
 
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
 
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
 
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
 
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
 
ชื่อ-นามสกุล
ครู คศ.3
วันอาทิตย์, 25 พฤศจิกายน 2561 08:12

ข้อมูลนักเรียน

ข้อมูลนักเรียน

วันพุธ, 21 พฤศจิกายน 2561 23:08

คณะกรรมการสถานศึกษา

คณะกรรมการสถานศึกษา

วันพุธ, 21 พฤศจิกายน 2561 23:05

โครงสร้างโรงเรียน